ทำความรู้จักกับ Uniswap และกลไกการทำงาน
สารบัญ
บทนำ
Uniswap คืออะไร
กลไกการทำงานของ Uniswap
Uniswap v3
Impermanent Loss คืออะไร
Uniswap ทำรายได้อย่างไร
วิธีใช้ Uniswap
โทเค็น Uniswap (UNI)
วิธีเคลมโทเค็น Uniswap (UNI)
ข้อคิดส่งท้าย
ทำความรู้จักกับ Uniswap และกลไกการทำงาน
หน้าหลักบทความ
ทำความรู้จักกับ Uniswap และกลไกการทำงาน

ทำความรู้จักกับ Uniswap และกลไกการทำงาน

ระดับกลาง
Published Aug 24, 2020Updated Sep 2, 2021
13m

ข้อมูลฉบับย่อ

Uniswap คือชุดโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ทำงานบนบล็อกเชน Ethereum เพื่อให้สามารถ Swap โทเค็นแบบไร้ศูนย์กลางหรือ Decentralized ได้ โดยมียูนิคอร์นเป็นตัวช่วย (ดังที่เห็นได้ในโลโก้)

นักเทรดสามารถแลกเปลี่ยนโทเค็น Ethereum ได้ใน Uniswap โดยไม่จำเป็นต้องไว้ใจฝาก Fund ของตัวเองไว้กับผู้อื่น ในขณะเดียวกันผู้ใช้ทุกคนก็สามารถปล่อยกู้คริปโตของตนเพื่อเป็นทุนสำรองพิเศษที่เรียกว่า Liquidity Pool ได้ ผู้ใช้ที่วางเงินให้กับ Pool เหล่านี้จะได้รับค่าธรรมเนียมเป็นการตอบแทน

ยูนิคอร์นมหัศจรรย์เหล่านี้ Convert (แปลง) โทเค็นหนึ่งเป็นอีกโทเค็นได้อย่างไร แล้วคุณต้องมีอะไรบ้างเพื่อใช้งาน Uniswap เราลองมาหาคำตอบกันในบทความนี้


บทนำ

Centralized Exchange มีบทบาทสำคัญในตลาดคริปโทเคอร์เรนซีมานานหลายปี เนื่องจากช่วยให้การ Settlement (การจ่ายชำระ) ดำเนินได้อย่างรวดเร็ว สร้างปริมาณการซื้อขายสูง รวมทั้งกระตุ้นสภาพคล่อง (Liquidity) ให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันก็มีอีกวงการที่เกิดขึ้นคู่ขนานไปกับ CeFi และกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในรูปของโปรโตคอลแบบ Trustless ซึ่งได้แก่ Decentralized Exchange (DEX) ที่ไม่จำเป็นต้องมีคนกลางหรือผู้ดูแล (Custodian) เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเทรด 
การสร้าง DEX ต่างๆ ยังมีข้อจำกัดของเทคโนโลยีบล็อกเชน ทำให้แข่งขันกับตลาดแบบ Centralized จึงมีความท้าทายไม่น้อย ตลาด DEX ส่วนใหญ่นั้นยังต้องอาศัยการพัฒนาทั้งด้านประสิทธิภาพและข้อมูลจากประสบการณ์ของผู้ใช้

นักพัฒนาหลายรายพยายามคิดหาวิธีใหม่ๆ ในการสร้าง Decentalized Exchange และหนึ่งในผู้บุกเบิกการพัฒนานี้ก็คือ Uniswap ซึ่งกลไกการทำงานของ Uniswap อาจเข้าใจยากกว่า DEX แบบเดิมเล็กน้อย แต่เราจะได้เห็นว่าโมเดลการทำงานลักษณะนี้มาพร้อมประโยชน์ที่น่าสนใจ 

นวัตกรรมนี้ส่งผลให้ Uniswap กลายเป็นหนึ่งในโปรเจกต์ DEX ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวแห่งการเงินแบบไร้ศูนย์กลางหรือ Decentralized Finance (DeFi)
เราลองมาทำความรู้จักกับ Uniswap กันในบทความนี้ พร้อมทั้งดูกลไกการทำงานและวิธีการ Swap โทเค็นในแพลตฟอร์มที่อาศัยเพียง Ethereum Wallet เท่านั้น


Uniswap คืออะไร

Uniswap คือโปรโตคอล Decentralized Exchange (DEX) ที่สร้างบน Ethereum หรือเรียกได้ว่าเป็นโปรโตคอล Automated Liquidity โดย Uniswap ไม่จำเป็นต้องมี Order Book หรือตัวกลางใดๆ เพื่อดำเนินการซื้อขาย เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถเทรดได้โดยปราศจากคนกลาง พร้อมด้วยระดับการกระจายอำนาจและทนต่อการถูกเซ็นเซอร์สูง (High Degree of Decentralization and Censorship-Resistance)
Uniswap เป็นซอฟต์แวร์แบบ Open Source และคุณสามารถเริ่มต้นใช้ด้วยตัวเองโดยไปที่ Uniswap GitHub
ว่าแต่การเทรดเกิดขึ้นได้อย่างไรในเมื่อไม่มี Order Book? คำตอบก็คือ Uniswap ใช้โมเดลการทำงานที่ประกอบไปด้วย Liquidity Provider เพื่อสร้าง Liquidity Pool ระบบนี้ช่วยให้เกิดกลไกการกำหนดราคาแบบ Decentralized ที่ช่วยจัดการกับ Order Book Depth ซึ่งเราจะมาลงลึกรายละเอียดกันต่อไป แต่สำหรับตอนนี้ ให้ทราบไว้ในเบื้องต้นว่า ผู้ใช้สามารถ Swap ระหว่างโทเค็น ERC-20 ได้โดยไม่จำเป็นต้องมี Order Book

โปรโตคอล Uniswap ไม่มีกระบวนการ Listing เนื่องจากมีลักษณะไร้ศูนย์กลางหรือ Decentralized ซึ่งหมายความว่าโทเค็น ERC-20 สามารถทำการเปิดตัวได้ ตราบใดที่มี Liquidity Pool พร้อมให้บริการกับนักเทรด ด้วยเหตุนี้ Uniswap จึงไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียม Listing ใดๆ ทำให้เราอาจมองได้ว่าโปรโตคอล Uniswap มีลักษณะเหมือนสินค้าสาธารณะ (Public Good) ประเภทหนึ่ง

โปรโตคอล Uniswap สร้างขึ้นโดย Hayden Adams ในปี 2018 แต่เทคโนโลยีที่เป็นพื้นฐานของการนำไปใช้จริงนั้นได้รับการกล่าวถึงครั้งแรกโดย Vitalik Buterin ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum


กลไกการทำงานของ Uniswap

Uniswap ต่างจากโครงสร้างแบบดั้งเดิมของตลาดแลกเปลี่ยนแบบดิจิทัลเนื่องจากไม่มี Order Book และทำงานโดยระบบที่เรียกว่า Constant Product Market Maker ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของโมเดล Automated Market Maker (AMM)

Automated Market Maker คือ Smart Contract ที่เก็บสภาพคล่องสำรอง (Liquidity Reserve หรือ Liquidity Pool) เพื่อให้นักเทรดสามารถทำการซื้อขายได้ โดยมี Liquidity Provider เป็นผู้ให้ Fund สภาพคล่องสำรองเหล่านี้ ทุกคนสามารถเป็น Liquidity Provider โดยฝาก Fund เป็น 2 โทเค็นที่มีมูลค่าเทียบเท่ากันไปยัง Pool ได้ นักเทรดจะจ่ายค่าธรรมเนียมไปยัง Pool ซึ่งจะแจกจ่ายไปยัง Liquidity Provider เป็นการตอบแทน โดยเป็นไปตามส่วนแบ่งหรือ Share ใน Pool เราลองมาดูรายละเอียดเพิ่มเติมกันเลย 
Liquidity Provider สร้างตลาดโดยการฝาก Fund เป็นโทเค็น 2 โทเค็นที่มีมูลค่าเทียบเท่ากัน โดยสามารถฝากเป็น ETH และโทเค็น ERC-20 หรือ 2 ERC-20 โทเค็นก็ได้ โดยทั่วไปแล้ว Pool เหล่านี้ประกอบไปด้วย Stablecoin เช่น DAI, USDC หรือ USDT แต่ก็ไม่ได้เป็นข้อบังคับ Liquidity Provider (LP) จะได้รับ "Liquidity Token" เป็นการตอบแทน ซึ่งโทเค็นเหล่านี้จะแสดงถึง Share ใน Liquidity Pool ทั้งนี้ LP สามารถ Redeem Liquidity Token ได้ตาม Share ใน Pool ที่ระบุไว้
เราลองมาดูตัวอย่าง ETH/USDT Liquidity Pool กัน โดยเราจะเรียกส่วนของ Pool ที่เป็น ETH ว่า x และส่วนที่เป็น USDT ว่า y Uniswap จะเอาสองค่านี้มาคูณกันเพื่อคำนวณสภาพคล่องทั้งหมดใน Pool เราจะใช้เรียกว่า k ในตัวอย่างนี้ แนวคิดหลักที่อยู่เบื้องหลัง Uniswap คือ k ต้องมีค่าคงที่ ซึ่งหมายความว่าสภาพคล่องทั้งหมดใน Pool จะคงที่ ดังนั้น สูตรสำหรับคำนวณสภาพคล่องทั้งหมดใน Pool ก็คือ 
x * y = k

แล้วจะเกิดอะไรขึ้นหากมีผู้ใช้ต้องการเทรด?

สมมุติว่า Alice ซื้อ 1 ETH ในราคา 300 USDT โดยใช้ ETH/USDT Liquidity Pool ส่งผลให้มีการเพิ่มส่วนของ USDT ใน Pool และลดส่วนของ ETH ใน Pool ลง ซึ่งหมายความว่าราคาของ ETH จะปรับตัวสูงขึ้น เหตุผลเพราะมี ETH ใน Pool น้อยลงหลังการทำธุรกรรม และเราทราบจากข้อมูลก่อนหน้านี้ว่าสภาพคล่องทั้งหมดของ Pool (k) ต้องมีค่าคงที่ กลไกนี้เป็นตัวกำหนดราคา ในที่สุดแล้ว ราคาที่จ่ายสำหรับ ETH นี้จะขึ้นอยู่กับว่าการเทรดหนึ่งๆ ได้เปลี่ยนอัตราส่วนระหว่าง x และ y ไปมากแค่ไหน
โปรดทราบว่าโมเดลนี้ไม่ได้ทำงานเป็นสเกลแบบเส้นตรง (Linear) ในทางปฏิบัติ ยิ่ง Order มีขนาดใหญ่มากเท่าไหร่ สมดุลระหว่าง x และ y ก็จะเปลี่ยนไปมากเท่านั้น ซึ่งหมายความว่า Order ขนาดใหญ่จะมีราคาแพงกว่าอย่างทวีคูณ (Exponentially) เมื่อเทียบกับ Order ขนาดเล็ก ซึ่งจะนำไปสู่ Slippage จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ (ค่าความคลาดเคลื่อนระหว่างราคาในจุดที่ระบบเกิดสัญญาณซื้อขายกับราคาที่ซื้อขายจริง) และยังหมายความว่ายิ่ง Liquidity Pool มีขนาดใหญ่เท่าไหร่ การประมวลผล Order ขนาดใหญ่ก็ยิ่งง่ายขึ้นเท่านั้น เหตุผลเพราะการเปลี่ยนแปลงระหว่าง x และ y จะน้อยลงในกรณีนี้


Uniswap v3

เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง Uniswap นั้นได้มีการพัฒนามาแล้วหลายเวอร์ชัน หากคุณได้ลองใช้ Uniswap แล้ว มีโอกาสเป็นไปได้ว่าคุณเคยใช้ Uniswap v2 แต่การพัฒนาใหม่ๆ ก็รอคิวเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง เราลองมาดูอัปเดตที่จะส่งผลต่อการใช้งานมากที่สุดซึ่งเราน่าจะได้เห็นกันใน Uniswap v3


Capital Efficiency (ความมีประสิทธิภาพของทุน)

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดซึ่งจะมาพร้อมกับ Uniswap v3 นั้นเกี่ยวข้องกับ Capital Efficiency หรือความมีประสิทธิภาพของทุน คุณอาจเห็นได้ว่า AMM ส่วนใหญ่ขาด Capital Efficiency ซึ่งหมายถึงการที่ Fund ส่วนใหญ่ใน AMM ณ ช่วงเวลาหนึ่งๆ นั้นไม่ได้ถูกนำไปใช้ทำอะไร ทั้งนี้เพราะลักษณะที่มาพร้อมโมเดล x*y = k ที่เรากล่าวไปแล้วก่อนหน้านี้ พูดง่ายๆ ก็คือ ยิ่งมีสภาพคล่องใน Pool มากเท่าไหร่ ระบบก็สามารถรองรับ Order ได้มากขึ้นในช่วงราคาที่มากขึ้นไปด้วย

อย่างไรก็ตาม Liquidity Provider (LP) ใน Pool เหล่านี้จัดหาสภาพคล่องสำหรับกราฟราคา (ช่วง) ระหว่าง 0 ถึงอินฟินิตี ทุนที่อยู่ใน Pool ทั้งหมดนั้นจะถูกสำรองไว้สำหรับสถานการณ์ที่สินทรัพย์หนึ่งใน Pool มีค่า 5x-s, 10x-s, 100x-s

หากเกิดกรณีดังกล่าวขึ้น สินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้งาน (Idle Asset) นี้จะช่วยให้มั่นใจได้ว่ายังมีสภาพคล่องเหลืออยู่ในส่วนที่เกี่ยวข้องของกราฟราคา ซึ่งหมายความว่ามีสภาพคล่องเพียงส่วนน้อยใน Pool ซึ่งอยู่ที่การซื้อขายส่วนใหญ่เกิดขึ้น

ตัวอย่างเช่น Uniswap มีสภาพคล่องที่ล็อคอยู่ประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่มีปริมาณการซื้อขาย 1 พันล้านต่อวัน คุณอาจเห็นได้ว่าการดำเนินการเช่นนี้ไม่มีประสิทธิภาพนัก และทีมงานของ Uniswap ก็เห็นด้วยกับความคิดนี้ พวกเขาจึงได้พัฒนา Uniswap v3 เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ขณะนี้ Liquidity Provider สามารถกำหนดช่วงราคาที่ต้องการจัดหาสภาพคล่องให้ได้ด้วยตนเอง ซึ่งน่าจะช่วยให้สภาพคล่องรวมตัวกันมากขึ้นอยู่ที่ช่วงราคาที่มีกิจกรรมการซื้อขายสูงสุด

หากมองในแง่หนึ่ง Uniswap v3 ก็เหมือนวิธีพื้นฐานในการสร้าง On-Chain Order Book บน Ethereum ซึ่ง Market Maker สามารถตัดสินใจจัดหาสภาพคล่องในช่วงราคาที่พวกเขาตั้งไว้ได้ อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าสังเกตว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เอื้อประโยชน์ต่อ Market Maker มืออาชีพมากกว่า LP รายย่อย ข้อดีของ AMM คือการที่ทุกคนสามารถจัดหาสภาพคล่องและนำ Fund ไปใช้ประโยชน์ได้

อย่างไรก็ตาม ด้วยความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นนี้ LP ที่ "ไม่ค่อยกระตือรือร้น" จะได้รับค่าธรรมเนียมการซื้อขายน้อยกว่า Maker มืออาชีพที่สามารถปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมได้ตลอดเวลา แต่ในขณะเดียวกันก็มีโอกาสเป็นไปได้ที่ Aggregator เช่น yearn.finance จะเสนอวิธีเพื่อให้ LP รายย่อยสามารถแข่งขันได้ในสภาพแวดล้อมนี้


โทเค็น Uniswap LP ในฐานะ NFT

ตอนนี้เราเข้าใจแล้วว่า Uniswap LP Position นั้นจะมีเอกลักษณ์เฉพาะนื่องจากผู้ฝากแต่ละรายสามารถกำหนดช่วงราคาของตนเองได้ ซึ่งหมายความว่า Position ของ Uniswap LP จะไม่ Fungible (ไม่สามารถใช้แทนกันได้) อีกต่อไป ดังนั้น แต่ละ LP Position จะถูกแทนด้วย Non-Fungible Token (NFT)
ข้อดีอย่างหนึ่งของการแทน Uniswap LP Position ด้วย Non-Fungible Token ก็คือการที่สามารถนำไปใช้ในส่วนอื่นๆ ของ DeFi ได้ เราสามารถฝากโทเค็น Uniswap v2 LP ไปใน Aave หรือ MakerDAO ในฐานะหลักประกัน (Collateral) ได้ แต่จะไม่สามารถทำได้สำหรับ v3 เนื่องจากแต่ละ Position นั้นมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกัน อย่างไรก็ตาม การสูญเสีย Composability หรือความสามารถในการนำมาใช้ประกอบกันนี้อาจแก้ไขได้ด้วยผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ประเภทใหม่


Uniswap บน Layer 2

ค่าธรรมเนียมธุรกรรมบน Ethereum พุ่งสูงขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา ส่งผลให้การใช้ Uniswap นั้นไม่คุ้มค่าสำหรับผู้ใช้รายย่อยจำนวนมาก

Uniswap v3 จะถูกนำมาปรับใช้ในโซลูชันการ Scaling บน Layer 2 ที่เรียกว่า Optimistic Rollup ด้วย ซึ่งถือเป็นวิธีที่ชาญฉลาดในการ Scale Smart Contract ในขณะที่ยังคงได้รับความปลอดภัยจากเครือข่าย Ethereum ไปพร้อมๆ กัน การปรับใช้นี้น่าจะช่วยเพิ่มปริมาณธุรกรรมที่ประมวลผลได้ (Transaction Throughput) และลดค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ใช้ได้อย่างมาก


Impermanent Loss คืออะไร

ดังที่เราได้กล่าวไปแล้ว Liquidity Provider จะได้รับค่าธรรมเนียมในการจัดหาสภาพคล่องให้กับนักเทรดที่สามารถ Swap ระหว่างโทเค็นได้ แล้วมีอะไรที่ Liquidity Provider ควรทราบอีกบ้าง? คำตอบก็คือผลกระทบจาก Impermanent Loss
สมมุติว่า Alice ฝาก 1 ETH และ 100 USDT ใน Uniswap Pool เนื่องจากคู่โทเค็นต้องมีมูลค่าเทียบเท่ากัน กรณีนี้จึงหมายความว่าราคาของ ETH คือ 100 USDT ในขณะเดียวกัน เราสมมุติให้ Pool มี Fund รวม 10 ETH และ 1,000 USDT โดยส่วนที่เหลือได้รับการ Fund โดย Liquidity Provider รายอื่นเช่นเดียวกับ Alice ทำให้กล่าวได้ว่า Alice มี Share เป็น 10% ของ Pool และสภาพคล่องทั้งหมด (k) ในกรณีนี้คือ 10,000
แล้วจะเกิดอะไรขึ้นหากราคาของ ETH เพิ่มขึ้นเป็น 400 USDT? (จากเดิม 1 ETH มีมูลค่า 100 USDT) อย่าลืมว่าสภาพคล่องทั้งหมดใน Pool ต้องมีค่าคงที่ หาก ETH มีมูลค่า 400 USDT กรณีนี้หมายความว่าอัตราส่วนระหว่าง ETH ต่อ USDT ใน Pool จะเปลี่ยนแปลงไป โดยจากตัวอย่าง ตอนนี้เราจะมี 5 ETH และ 2,000 USDT ใน Pool ทั้งนี้เพราะนักเทรดแบบอาร์บิทราจ (Arbitrage) ที่ซื้อและขายสินทรัพย์ในตลาดต่างๆ จะเพิ่ม USDT ไปยัง Pool และนำเอา ETH ออก จนกระทั่งเปลี่ยนอัตราส่วนให้มีราคาที่ถูกต้อง นี่คือเหตุผลว่าทำไมการทำความเข้าใจว่า k นั้นเป็นค่าคงที่จึงมีความสำคัญ

จากนั้น Alice ตัดสินใจถอน Fund ออกเพื่อรับ 10% ของ Pool ตาม Share หรือส่วนแบ่งของเธอ โดยเธอจะได้รับ 0.5 ETH และ 200 USDT ซึ่งรวมเป็น 400 USDT ตัวเลขนี้ดูเหมือนจะเป็นกำไรที่ดีเลยใช่ไหม แต่เดี๋ยวก่อน จะเกิดอะไรขึ้นหากเธอไม่ได้ฝาก Fund ไปยัง Pool ในตอนแรกและถือไว้เฉยๆ? Alice จะมี 1 ETH และ 100 USDT ซึ่งรวมเป็น 500 USDT (เพราะราคา ETH เพิ่มขึ้นเป็น 400 USDT)

ในความเป็นจริงหาก Alice เลือก HODL แทนที่จะฝากไปยัง Uniswap Pool อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า กรณีข้างต้นนี้คือ Impermanent Loss หรือค่าเสียโอกาสจากการฝากโทเค็นไปยัง Pool ในรูปของราคา ซึ่งหมายความว่าการฝาก Fund ไปยัง Uniswap เพื่อหวังว่าจะรับผลตอบแทนในรูปค่าธรรมเนียมนั้นอาจทำให้ Alice เสียโอกาสอื่นๆ ในการนำ Fund ไปใช้
โปรดทราบว่าผลของ Impermanent Loss นั้นเกิดขึ้นได้ไม่ว่าราคาจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดหลังจากที่ฝาก Fund ซึ่งหมายความว่าหากราคาของ ETH ลดลงเมื่อเทียบกับราคาขณะที่ฝาก การขาดทุนก็อาจทวีคูณได้เช่นกัน หากคุณต้องรายละเอียดทางเทคนิคเพิ่มเติม ลองอ่านบทความของ Pintail เกี่ยวกับประเด็นนี้ได้เลย
แต่ทำไมเราจึงเรียกการสูญเสียนี้ว่า Impermanent (ชั่วคราว)? เหตุผลเพราะถ้าราคาของโทเค็นที่ฝากไปยัง Pool กลับมาเท่ากับราคาขณะที่เราฝากนั้น ผลกระทบของ Impermanent Loss ก็จะหายไป นอกจากนี้ การที่ Liquidity Provider รับค่าธรรมเนียมตอบแทนก็อาจทำให้การสูญเสียนั้นกลับมาสมดุลได้เมื่อเวลาผ่านไป อย่างไรก็ดี Liquidity Provider จำเป็นต้องทราบถึงปัจจัยนี้ก่อนที่จะฝาก Fund ไปยัง Pool


Uniswap ทำรายได้อย่างไร

Uniswap ไม่มีรายได้จากการเทรด ทั้งนี้เพราะ Uniswap เป็นโปรโตคอลแบบ Decentralized ซึ่งไม่มีโทเค็นดั้งเดิม (Native Token) ค่าธรรมเนียมทั้งหมดจะตกเป็นของ Liquidity Provider โดยผู้ก่อตั้งจะไม่ได้รับส่วนแบ่งใดๆ ทั้งสิ้นจากการเทรดที่เกิดขึ้นในโปรโตคอล

ค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้กับ Liquidity Provider อยู่ที่ 0.3% ต่อการเทรดในปัจจุบัน ค่าธรรมเนียมเหล่านี้จะเพิ่มไปยัง Liquidity Pool โดยอัตโนมัติ แต่ Liquidity Provider สามารถ Redeem ได้ทุกเมื่อ Uniswap จะแจกจ่ายค่าธรรมเนียมตาม Share ใน Pool ของ Liquidity Provider แต่ละราย

ค่าธรรมเนียมส่วนหนึ่งอาจแบ่งให้กับการพัฒนา Uniswap ในอนาคต ทีมงานของ Uniswap ได้นำโปรโตคอลเวอร์ชันปรับปรุงที่เรียกว่า Uniswap v2 มาใช้แล้ว



วิธีใช้ Uniswap

Uniswap เป็นโปรโตคอลแบบ Open Source ซึ่งหมายความว่าทุกคนสามารถสร้างแอปพลิเคชัน Front-End ของตัวเองเพื่อใช้งานโปรโตคอลได้ แต่แอปที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ https://app.uniswap.org หรือ https://uniswap.exchange
  1. ไปที่อินเทอร์เฟซ Uniswap
  2. เชื่อมต่อ Wallet ของคุณ โดยคุณสามารถใช้ MetaMask, Trust Wallet หรือ Wallet สำหรับ Ethereum อื่นๆ ที่รองรับได้
  3. เลือกโทเค็นที่คุณต้องการใช้แลกเปลี่ยน
  4. เลือกโทเค็นที่คุณต้องการรับ
  5. คลิกที่ Swap
  6. ดูตัวอย่างธุรกรรมในหน้าต่างป๊อปอัป
  7. ยืนยันคำขอทำธุรกรรมใน Wallet ของคุณ
  8. รอให้ธุรกรรมได้รับการยืนยันบนบล็อกเชน Ethereum คุณสามารถตรวจสอบสถานะได้ที่ https://etherscan.io/


โทเค็น Uniswap (UNI)

UNI เป็นโทเค็นดั้งเดิม (Native Token) ของโปรโตคอล Uniswap ที่ให้สิทธิ์ในการกำกับดูแล (Governance) กับผู้ถือครองโทเค็น ซึ่งหมายความว่าผู้ถือครอง UNI สามารถโหวตในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงโปรโตคอลได้ เราได้กล่าวไปแล้วว่าโปรโตคอลนี้มีลักษณะเหมือนสินค้าสาธารณะ (Public Good) ประเภทหนึ่ง และโทเค็น UNI ก็มีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับแนวคิดนี้

ณ เวลาที่ก่อตั้ง มีการออกโทเค็น UNI 1 พันล้านโทเค็น โดย 60% ของจำนวนดังกล่าวถูกแจกจ่ายให้กับสมาชิกชุมชน Uniswap ที่มีอยู่ ในขณะที่อีก 40% จะมอบให้กับสมาชิกทีมงาน นักลงทุน และที่ปรึกษาในช่วงระยะเวลา 4 ปี

ส่วนหนึ่งของการแจกจ่ายให้ชุมชนนั้นเกิดขึ้นจาก Liquidity Mining ซึ่งหมายความว่า UNI จะถูกแจกจ่ายให้กับผู้ที่จัดหาสภาพคล่องให้กับ Uniswap Pool ดังต่อไปนี้

  • ETH/USDT

  • ETH/USDC

  • ETH/DAI

  • ETH/WBTC

ว่าแต่ใครคือสมาชิกชุมชน Uniswap? คำตอบก็คือ Ethereum Address ใดๆ ที่มีธุรกรรมเกี่ยวข้องกับสัญญา Uniswap นั่นเอง เราลองมาดูกันว่าคุณจะเคลมโทเค็น UNI ได้อย่างไร


วิธีเคลมโทเค็น Uniswap (UNI)

หากคุณเคยใช้ Uniswap คุณน่าจะสามารถเคลม UNI ได้ 400 โทเค็นต่อ Address ที่คุณใช้กับ Uniswap และต่อไปนี้คือวิธีเคลมโทเค็นของคุณ:

  1. ไปที่ https://app.uniswap.org/
  2. เชื่อมต่อ Wallet ที่คุณเคยใช้กับ Uniswap 

  3. คลิกที่ปุ่ม "Claim your UNI tokens"

  1. ยืนยันการทำธุรกรรมใน Wallet ของคุณ (คุณสามารถตรวจสอบ Gas Price ปัจจุบันได้ที่ Ethscan Gas Tracker)
  2. ยินดีด้วย! เท่านี้คุณก็เป็นเจ้าของโทเค็น UNI แล้ว

หากคุณต้องการเทรดโทเค็น UNI สามารถเทรดได้ที่ Binance เลย



ข้อคิดส่งท้าย

Uniswap คือโปรโตคอลตลาดแลกเปลี่ยน (Exchange) ที่สร้างบน Ethereum ซึ่งช่วยให้ทุกคนที่มี Ethereum Wallet สามารถแลกเปลี่ยนโทเค็นได้โดยไม่จำเป็นต้องมีคนกลางเข้ามาเกี่ยวข้อง 
แม้โปรโตคอลจะมีข้อจำกัดอยู่บ้าง แต่เทคโนโลยีนี้ก็อาจมีประโยชน์การใช้งานที่น่าสนใจรออยู่ในอนาคตสำหรับการ Swap โทเค็นแบบ Trustless เมื่อมีการนำโซลูชันการขยายการรองรับ (Scalability) Ethereum 2.0 มาใช้งานจริงบน Network แล้ว Uniswap ก็น่าจะได้รับประโยชน์จากโซลูชันนี้เช่นกัน
หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับการ Swap โทเค็นและ DeFi สามารถถามได้ที่ Ask Academy แพลตฟอร์ม Q&A ของชุมชนของเราพร้อมที่จะช่วยตอบคำถามของคุณเสมอ!