Network Effect คืออะไร?
หน้าหลักบทความ

Network Effect คืออะไร?

มือใหม่
3w ago
6m

โดยย่อ

Network Effect คือเมื่อผลิตภัณฑ์มีคุณค่ามากขึ้นเนื่องจากมีผู้ใช้งานมากขึ้น คุณจำ Orkut ได้ไหม? มันถูกปิดลงเพราะไม่ค่อยมีใครใช้มันอีกต่อไป ทำไมจะไม่ล่ะ? เพราะไม่ค่อยมีใครใช้มันอีกต่อไป แน่นอนว่ามีปัจจัยอื่นๆ ที่มีผล แต่เนื่องจากมีผู้ใช้น้อยมากจึงมีคุณค่าเพียงเล็กน้อยในฐานะบริการ

Network Effect เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องพิจารณาเมื่อพูดถึงคริปโทเคอร์เรนซี ในท้ายที่สุดแล้วเงินและบล็อกเชนเป็นสื่อกลางที่นำผู้ใช้มาพบกัน ดังนั้นยิ่งมีคนมากเท่าไหร่ที่ใช้งานเครือข่าย ก็ยิ่งจะทำให้เครือข่ายมีประโยชน์มากขึ้นเท่านั้นในฐานะผู้ให้บริการ


เกริ่นนำ

อะไรเป็นตัวกำหนดว่าโครงการคริปโทเคอร์เรนซีใดที่กลายเป็นผู้นำตลาดในด้านใดด้านหนึ่ง เราอาจสันนิษฐานได้ว่าโดยทั่วไปแล้วตลาดควรขยับไปทางโซลูชันที่ดีที่สุดในระยะยาว อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ไม่ง่ายเลย มีหลายปัจจัยที่มีผล

นักพัฒนาอาจนำเสนอเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมใหม่บางอย่าง แต่หากไม่มีตลาดที่เหมาะสมในขณะที่มีผลิตภัณฑ์ออกมาก็อาจไม่ได้รับการยอมรับ

ในบางกรณี โครงการที่ด้อยคุณภาพกว่าในแง่เทคโนโลยีสามารถมีส่วนแบ่งการตลาดจำนวนมากได้เพียงเพราะให้บริการในเวลาที่เหมาะสม นี่คือจุดที่ Network Effect มีผลกระทบอย่างมาก


Network Effect คืออะไร?

Network Effect เป็นผลกระทบทางเศรษฐกิจที่กล่าวถึงผลิตภัณฑ์หรือบริการที่หากมีผู้ใช้เพิ่มขึ้นก็จะเพิ่มมูลค่าให้กับเครือข่าย เมื่อมี Network Effect หมายความว่าผู้ใช้ใหม่แต่ละคนที่เข้ามาใช้เครือข่ายจะเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ในอีกด้านหนึ่ง สิ่งนี้จะกระตุ้นให้ผู้ใช้ใหม่เข้าร่วมเครือข่าย ยิ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้มากขึ้น และเป็นเช่นนี้ต่อๆ ไป

ตัวอย่างที่ชัดเจนของ Network Effect คือโทรศัพท์ ในยุคแรกของเทคโนโลยีมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีโทรศัพท์อยู่ในบ้าน ยิ่งไปกว่านั้น ในทางกายภาพ บ้านของพวกเขาต้องเชื่อมต่อถึงกันถึงจะใช้เครือข่ายได้

เมื่อเทคโนโลยีพัฒนามากขึ้น ผู้คนจำนวนมากขึ้นสามารถซื้อโทรศัพท์ได้ซึ่งจะเพิ่มคุณค่าของเครือข่ายโทรศัพท์ทั้งหมด เมื่อจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นคุณค่าและอรรถประโยชน์ของทั้งเครือข่ายก็เพิ่มขึ้น สิ่งนี้สร้างกระแสตอบรับเชิงบวก ยิ่งทำให้มีคนเข้าร่วมมากขึ้น เครือข่ายก็ยิ่งเป็นประโยชน์ การใช้งานที่เพิ่มขึ้นนำไปสู่การเติบโตแบบทวีคูณ


ประเภทของ Network Effect

Network Effect มีสองประเภทหลักๆ – โดยตรงและโดยอ้อม

Network Effect โดยตรงคือสิ่งที่เราเพิ่งพูดคุยกับโทรศัพท์ การใช้งานที่เพิ่มขึ้นจะเพิ่มคุณค่าให้กับผู้ใช้อื่นๆ ทั้งหมด

Network Effect โดยอ้อมนั้นกำหนดนิยามได้ไม่ง่ายเท่า คำนี้หมายถึงผลประโยชน์เสริมเพิ่มเติมที่เกิดจากการมี Network Effect เกิดขึ้นก่อน ตัวอย่างเช่นคริปโทเคอร์เรนซีจำนวนมากเป็นโอเพนซอร์ซ 

โครงการที่มี Network Effect ที่แข็งแกร่งอาจดึงดูดนักพัฒนาที่มีทักษะจำนวนมากมาตรวจสอบโค้ดเนื่องจากมีความเกี่ยวพันกับมูลค่ามหาศาล มูลค่าที่เพิ่มขึ้นนี้มาจากการที่เครือข่ายมีมูลค่ามากมายตั้งแต่แรก ผลกระทบนี้สะสมเพิ่มขึ้น ในที่สุดจะกลายเป็นผู้นำที่โดดเด่นซึ่งสร้าง Network Effect ที่สำคัญเหนือคู่แข่ง


ตัวอย่าง Network Effect

ตัวอย่าง Network Effect ในปัจจุบันมีอยู่ในหลายๆ กลุ่มผลิตภัณฑ์ สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือโซเชียลมีเดียซึ่งผู้ใช้มักจะเข้าร่วมบริการที่แวดวงสังคมของพวกเขาที่มีอยู่ใช้กันอยู่แล้ว สิ่งนี้จูงใจให้ผู้คนเข้าร่วมแพลตฟอร์มเดียวกันและบริการบางอย่างกลายเป็นผู้ผูกขาดบริการ

หากบริษัทใหม่ๆ ต้องการริเริ่มแพลตฟอร์มเครือข่ายสังคมใหม่ พวกเขาจะเป็นการยากมากที่จะได้สมาชิกมากพอ ทำไมหรือ? เพราะ Network Effect ที่ผู้นำตลาดสร้างขึ้นทำให้พวกเขาได้เปรียบในการแข่งขันอย่างมาก

อีกตัวอย่างที่ดีของ Network Effect คือการแชร์ยานพาหนะ อย่างที่เห็น Network Effect ที่ Uber หรือ Lyft สร้างขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้นยากที่บริการใหม่ๆ ที่มีฐานผู้ใช้น้อยกว่าจะแข่งขันด้วย

เช่นเดียวกับ Ebay และ Amazon ในด้านการขายออนไลน์ Google ในด้านการค้นหาทางอินเทอร์เน็ต AirBNB ในด้านการเช่าออนไลน์ Microsoft ในด้านระบบปฏิบัติการสำหรับองค์กร และ Apple สำหรับ iPhone ถึงกระนั้น บริษัทที่แสวงหาผลกำไรเท่านั้นหรือที่จะมีรูปแบบธุรกิจที่กำหนดไว้อย่างดีจนทำให้สามารถสร้าง Network Effect ได้? ไม่เลย Wikipedia เป็นตัวอย่างที่ดีของโครงการโอเพนซอร์ซที่สร้าง Network Effect ได้อย่างแข็งแกร่ง


Network Effect กับคริปโทเคอร์เรนซี

Network Effect เป็นข้อพิจารณาที่สำคัญเมื่อพูดถึงคริปโทเคอร์เรนซีและบล็อกเชน

ยกตัวอย่าง Bitcoin ซึ่งมีคุณสมบัติที่เป็นที่ต้องการอย่างมากและยังมี Network Effect ที่แข็งแกร่ง 

นักขุดสนับสนุนความปลอดภัยของเครือข่ายและมีสภาพคล่องที่ดีในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง แต่สมมติว่ามีการเปิดตัวเครือข่ายอื่นที่มีเป้าหมายเพื่อรองรับประโยชน์การใช้งานที่คล้ายกันกับ Bitcoin นักขุดอาจได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น แต่จะไม่มีสภาพคล่องเท่าเดิมในการออกจาก Position พวกเขาสามารถเสี่ยงโชคและหวังว่าสภาพคล่องจะดีขึ้นในอนาคต หรือพวกเขาสามารถขุด Bitcoin ต่อไปด้วยความมั่นใจว่าพวกเขาจะสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ นี่คือวิธีการทำงานของ Network Effect แม้ว่าทางเลือกจะเหนือกว่าทางเทคโนโลยีหรือให้ผลตอบแทนมากกว่า แต่ก็ไม่ได้สมเหตุสมผลที่จะต้องเปลี่ยน

จากที่กล่าวมานี้ ไม่ได้เป็นเพียงเพราะ Network Effect ของ Bitcoin เท่านั้น เพราะการเปิดตัวที่เป็นธรรม Bitcoin มีคุณสมบัติที่ไม่เหมือนใครโดยเนื้อแท้ซึ่งยากมากที่จะทำซ้ำตั้งแต่แรก ลองมองตัวอย่างนี้เป็นเหมือนการทดลองทางความคิด

Network Effect เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาสำหรับวงการ Decentralized Finance (DeFi) เช่นกันหากผลิตภัณฑ์ บริการ หรือ Smart Contract สร้างความได้เปรียบอย่างมาก นั่นอาจเป็นเรื่องยากที่จะให้โครงการอื่นๆ ต่อกรได้ อย่างไรก็ตาม DeFi ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น หลายคนอาจจะมองว่ายังไม่มีผลิตภัณฑ์ใดที่มี Network Effect ที่ทำให้พวกเขาเป็นผู้ชนะอย่างแน่ชัด


ต้องการเริ่มต้นใช้งานคริปโทเคอร์เรนซีใช่ไหม ซื้อ Bitcoin (BTC) ได้ที่ Binance!


Network Effect เชิงลบ

Network Effect เชิงลบทำงานในทิศทางตรงกันข้าม ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้ใหม่แต่ละคนจะลบคุณค่าจากเครือข่ายแทนที่จะเพิ่ม นอกจากนี้ สิ่งนี้ยังเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาในการออกแบบบล็อกเชน การออกแบบที่ดีควรกำหนดว่าผู้ใช้ใหม่แต่ละคนควรเพิ่มมูลค่าให้กับเครือข่าย ทำไมหรือ? สิ่งนี้จะช่วยให้เครือข่ายขยายขนาดได้ตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตามหากผู้ใช้แต่ละรายลบมูลค่าออกจากระบบ ก็จะนำไปสู่ความแออัดของเครือข่าย

ตัวอย่างเช่นก๊าซที่ Ethereum ใช้ ซึ่งเป็นระบบที่รูปแบบการประมูล ผู้ใช้แต่ละคนจะเสนอราคาค่าก๊าซที่ต้องจ่ายให้กับนักขุด Ethereum เมื่อมีผู้ใช้เพิ่มขึ้นและการใช้งานที่เพิ่มขึ้นค่าธรรมเนียมก๊าซก็มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้น ทำไมหรือ? ก็เพราะว่าผู้ใช้แต่ละรายพยายามเสนอราคาให้สูงกว่ากันเป็นหลัก อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ไม่สามารถเป็นเช่นนี้ไปได้ตลอดไป เนื่องจากหากค่าธรรมเนียมก๊าซสูงเกินไป ผู้ใช้บางรายจะหยุดใช้เครือข่ายทั้งหมดเนื่องจากกิจกรรมของพวกเขาจะไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น นี่คือตัวอย่างของ Network Effect เชิงลบ

ด้วยเหตุนี้จึงมีการแก้ไขปัญหานี้อยู่ EIP-1559 เป็นข้อเสนอสำหรับ Ethereum เพื่อปรับปรุงระบบก๊าซของ Ethereum นอก จากนี้การอัพเกรดใน ETH 2.0 ยังช่วยเพิ่มปริมาณการรับส่งข้อมูลที่เครือข่าย Ethereum สามารถรองรับได้ ซึ่งสามารถช่วยแก้ไขปัญหาค่าธรรมเนียมก๊าซที่สูงในช่วงเวลาที่มีกิจกรรมเพิ่มขึ้น


ข้อคิดส่งท้าย

Network Effect มีอยู่ในหลายๆ ภาคส่วนของเศรษฐกิจรวมถึงคริปโทเคอร์เรนซี แนวคิดคือผู้ใช้ใหม่จะเพิ่มมูลค่าให้กับเครือข่ายเมื่อพวกเขาเข้าร่วม

ผู้ที่ออกแบบเครือข่ายบล็อกเชนและคริปโทเคอร์เรนซีจะได้รับประโยชน์อย่างมากจากการศึกษากลไกที่สร้าง Network Effect หากกระบวนการออกแบบได้พิจารณาเรื่องนี้ร่วมด้วย จะทำให้โครงการเหรียญและโทเค็นใหม่สามารถขยายขนาดได้เร็วขึ้น

หากคุณยังมีคำถามเกี่ยวกับ Network Effect และคริปโต ลองไปที่ Ask Academy ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม Q&A ของเรา ชุมชน Binance ที่นั่นจะช่วยกันตอบคำถามของคุณ