ทำความเข้าใจกับ Order ประเภทต่างๆ
สารบัญ
บทนำ
Market Order และ Limit Order
ข้อมูลที่ต้องรู้เกี่ยวกับ Market Order
ประเภทของ Order ที่พบได้บ่อย
Time in Force คืออะไร
ข้อคิดส่งท้าย
ทำความเข้าใจกับ Order ประเภทต่างๆ
หน้าหลักบทความ
ทำความเข้าใจกับ Order ประเภทต่างๆ

ทำความเข้าใจกับ Order ประเภทต่างๆ

มือใหม่
Published Oct 22, 2020Updated Aug 30, 2021
6m

ข้อมูลฉบับย่อ

เมื่อคุณเทรดหุ้นหรือคริปโทเคอร์เรนซี คุณจะต้องทำการ Place Order ต่างๆ:

  • Market Order คือคำสั่งเพื่อซื้อหรือขายในทันทีที่ Current Price (ราคาปัจจุบันของตลาด)
  • Limit Order คือคำสั่งให้รอจนกระทั่งราคาถึง Limit (หรือที่ตั้งไว้) ก่อนที่จะดำเนินการ (Execute) Order

คำอธิบายข้างต้นนี้คือบทสรุปสั้นๆ เกี่ยวกับ Order แต่แน่นอนว่า Order ทั้งสองประเภทมีรูปแบบย่อยต่างๆ เพื่อจุดประสงค์ที่ต่างกันออกไปตามวิธีที่คุณต้องการเทรด เราลองมาดูรายละเอียดเพิ่มเติมกันในบทความนี้


บทนำ

คุณเพิ่งสมัครใช้งานตลาดแลกเปลี่ยน (Exchange) แล้วสงสัยว่าปุ่มต่างๆ มีไว้ทำอะไรหรือเปล่า? หรือเพิ่งดูหนังเรื่อง Wall Street อีกรอบแล้วอยากเข้าใจว่าตลาดหลักทรัพย์มีกลไกการทำงานอย่างไรใช่ไหม?
ในบทความนี้ เราจะมาพูดถึง Order ซึ่งคือคำสั่งที่คุณส่งไปยังตลาดแลกเปลี่ยนเพื่อซื้อและขายสินทรัพย์ โดย Order หลักมี 2 ประเภท ได้แก่ Limit Order และ Market Order แต่อย่าลืมว่านี่เป็นคุณสมบัติที่ใช้อธิบายคำสั่งต่างๆ เท่านั้น 

เรามาเริ่มกันเลย


Market Order และ Limit Order

Market Order คือ Order ที่คุณต้องการให้ดำเนินการในทันที นั่นคือการสั่งว่าให้ดำเนินการ x ณ ราคาปัจจุบัน (Current Price) สมมุติว่าคุณใช้ Binance และต้องการซื้อ 3 BTC และ Bitcoin กำลังเทรดที่ราคา $15,000 คุณพอใจที่จะจ่าย $45,000 เพื่อซื้อเหรียญดังกล่าว และไม่ต้องการรอให้ราคาลดลง ดังนั้น คุณจึง Place Buy Market Order เพื่อเข้าซื้อที่ราคาตลาดปัจจุบัน
คุณอาจสงสัยว่าใครขายเหรียญเหล่านี้ เราต้องดูที่ Order Book เพื่อหาคำตอบดังกล่าว Order Book คือที่ซึ่งตลาดแลกเปลี่ยนเก็บรายการ Limit Order หรือรายการ Order ที่ไม่ได้ Execute (ดำเนินการ) ในทันที โดยอาจระบุว่าให้ดำเนินการ x ที่ราคา y

เพื่อเป็นตัวอย่าง ลองสมมุติว่าผู้ใช้รายอื่น Place Order ก่อนหน้านี้โดยสั่งให้ตลาดแลกเปลี่ยนขาย 3 BTC เมื่อราคาถึง $15,000 ดังนั้น เมื่อคุณ Place Market Order ของคุณ ตลาดแลกเปลี่ยนจะจับคู่ Order นี้กับ Limit Order ใน Order Book

จริงๆ แล้วคุณไม่ได้สร้าง Order แต่เป็นการ Fill Order ที่มีอยู่แล้วและนำ Order นั้นออกจาก Order Book ซึ่งทำให้คุณเป็น Taker เพราะคุณได้นำสภาพคล่อง (Liquidity) ส่วนหนึ่งออกจากตลาดแลกเปลี่ยน ส่วนผู้ใช้อีกรายจะเป็น Maker เพราะได้เพิ่มสภาพคล่องให้ตลาด โดยปกติแล้ว Maker จะได้รับสิทธิ์ประโยชน์ด้วยค่าธรรมเนียมต่ำกว่า เพราะถือเป็นผู้สร้างประโยชน์ให้กับตลาดแลกเปลี่ยน
หากคุณต้องการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง Maker และ Taker ลองอ่านบทความทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Market Maker และ Market Taker ซึ่งเป็นบทความที่พลาดไม่ได้หากคุณต้องการเข้าใจกลไกการทำงานของตลาดแลกเปลี่ยน


ข้อมูลที่ต้องรู้เกี่ยวกับ Market Order

Market Order แบบพื้นฐาน ได้แก่ Order แบบซื้อและขาย ซึ่งคุณสั่งให้ตลาดแลกเปลี่ยนทำธุรกรรมในราคาที่ดีที่สุดที่มีอยู่ อย่างไรก็ตาม โปรดทราบว่าราคาที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่มูลค่าปัจจุบันที่แสดงเสมอไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ Order Book ดังนั้น อาจมีการ Execute เทรดของคุณในอัตราที่ต่างออกไปเล็กน้อย

Market Order เหมาะสำหรับธุรกรรมที่ดำเนินการในทันที (หรือเกือบทันที) แต่นี่อาจถือเป็นประโยชน์เดียวของ Order ประเภทนี้ เหตุผลเพราะปัจจัยต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียมที่เกิดจากตลาดแลกเปลี่ยนและ Slippage (ค่าความคลาดเคลื่อนระหว่างราคาในจุดที่ระบบเกิดสัญญาณซื้อขายกับราคาที่ซื้อขายจริง) อาจทำให้รายการเทรดเดียวกันนี้ถูกกว่าหากดำเนินการในรูปเเบบของ Limit Order



ประเภทของ Order ที่พบได้บ่อย

Order ง่ายๆ ที่พบได้ทั่วไปคือ Buy Market Order, Sell Market Order, Buy Limit Order และ Sell Limit Order แต่หากคุณใช้เพียงตัวเลือกข้างต้น คุณก็อาจมีประสบการณ์การเทรดในวงจำกัดเท่านั้น ถ้าจะให้ดี คุณควรต่อยอดจากการใช้ Order เหล่านี้เพื่อใช้ประโยชน์จากสภาวะตลาด ทั้งใน Setup ระยะสั้นและระยะยาว


Stop-Loss Order

Stop-Loss เป็น Market Order ประเภทหนึ่งซึ่งคุณตั้งคำสั่งแบบนอก Order Book เพื่อขายที่ราคาที่เฉพาะเจาะจง ดังที่เห็นได้จากชื่อ Order ประเภทนี้มีไว้เพื่อปกป้องคุณจากการสูญเสียจำนวนมาก หากดูจากภายนอก จะดูเหมือนว่าเป็น Limit Order เนื่องจากคุณตั้งราคาเพื่อขายแทนที่จะ Execute ณ Market Price (ราคาตลาด) อย่างไรก็ตาม Order ดังกล่าวจะไม่ถูกเพิ่มไปยัง Order Book แพลตฟอร์มการเทรดจะ Convert (แปลง) Order ไปเป็น Market Order เมื่อถึงราคา Trigger เท่านั้น


Stop-Limit Order

Stop-Limit Order เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ดีสำหรับจำกัดหรือลิมิตการสูญเสียที่อาจเกิดกับเทรด โดย Stop-Limit Order มีลักษณะคล้ายกับ Stop-Loss Order ที่เรากล่าวไปก่อนหน้านี้ แต่จะมีขั้นตอนเพิ่มเข้ามา หากราคาเทรด BTC อยู่ที่ $10,000 และคุณตั้งค่า Sell Stop-Loss Order ไว้ที่ $9,990 กรณีนี้ถือว่าคุณมั่นใจได้ว่าจะขายสินทรัพย์ที่ถืออยู่เมื่อราคาลดลง $10

อย่างไรก็ตาม คุณอาจไม่ได้ราคาตามที่ตั้งไว้เป๊ะๆ Stop-Limit ผสานข้อดีของ Order ทั้ง 2 ประเภทเพื่อการันตีว่าคุณจะได้ราคาตามที่ต้องการ ลองดูตัวอย่าง BTC มูลค่า $10,000 ข้างต้น โดยคุณตั้งค่า 2 พารามิเตอร์: Stop Price และ Limit Price สมมติให้ Stop Price เป็น $9,985 ข้อมูลนี้จะบอกตลาดแลกเปลี่ยนให้ตั้ง Limit Order ด้วย Limit Price ที่คุณกำหนด – เราลองสมมุติว่าเป็น $9,990 

หากราคาฟื้นตัวกลับมาถึงระดับนั้น คุณก็จะขายสินทรัพย์ที่ถือครองในราคา $9,990 หรือดีกว่า แต่โปรดทราบว่า จะมีการ Place Order ก็ต่อเมื่อราคาถึง Stop Price เท่านั้น คุณยังคงมีความเสี่ยงหากราคาไม่กระเตื้องขึ้น ในกรณีนี้ คุณจะไม่ได้รับการปกป้องหากราคาปรับตัวลงต่ำกว่า $9,985 อย่างต่อเนื่อง


One-Cancels-the-Other (OCO) Order

"One-Cancels-the-Other" (OCO) Order คือเครื่องมือที่มีความซับซ้อนเพื่อให้คุณผสานรวมสอง Order ที่มีเงื่อนไขเข้าไว้ด้วยกัน เมื่อ Order หนึ่งถูกทริกเกอร์ อีก Order จะถูกยกเลิกในทันที หากเราลองใช้ตัวอย่าง BTC ที่ราคา $10,000 คุณสามารถใช้ OCO Order เพื่อซื้อ Bitcoin เมื่อราคาถึง $9,900 หรือขายเมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้นถึง $11,000 หนึ่งในสองเงื่อนไขนี้จะถูก Execute ก่อน ซึ่งหมายความว่าอีกเงื่อนไขจะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ


Time in Force คืออะไร

อีกหนึ่งคอนเซ็ปต์สำคัญที่ควรทำความเข้าใจเมื่อพูดถึง Order ก็คือ Time in Force พารามิเตอร์นี้คือค่าที่คุณระบุเมื่อเปิดเทรดเพื่อกำหนดเงื่อนไขสำหรับการหมดอายุ


Good ‘Til Canceled (GTC)

Good ‘Til Canceled (GTC) คือคำสั่งที่ระบุว่าให้เปิดเทรดไว้จนกว่าจะถูก Execute หรือยกเลิกโดยนักเทรดเอง โดยทั่วไปแล้ว แพลตฟอร์มการเทรดคริปโทเคอร์เรนซีจะใช้ GTC เป็นตัวเลือกเริ่มต้น (Default) 

ในตลาดหลักทรัพย์ อีกตัวเลือกที่พบบ่อยคือคำสั่งให้ปิด Order เมื่อสิ้นสุดการซื้อขายหนึ่งวัน แต่เนื่องจากตลาดคริปโตเปิดทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง GTC จึงเป็นตัวเลือกที่ใช้กันมากกว่า


Immediate or Cancel (IOC)

Immediate or Cancel (IOC) Order กำหนดว่าส่วนใดก็ตามของ Order ที่ไม่ถูก Fill ในทันทีจะต้องถูกยกเลิก สมมติว่าคุณส่ง Order เพื่อซื้อ 10 BTC ที่ราคา $10,000 แต่คุณสามารถหาซื้อได้เพียง 5 BTC เท่านั้นที่ราคาดังกล่าว ในกรณีนี้ คุณจะซื้อ 5 BTC และส่วนที่เหลือของ Order จะถูกปิด


Fill or kill (FOK)

Fill or kill (FOK) Order จะถูก Fill ในทันทีหรือถูกยกเลิก (Kill) หาก Order ของคุณสั่งให้ตลาดแลกเปลี่ยนซื้อ 10 BTC ที่ราคา $10,000 กรณีนี้จะไม่มีการ Fill Order เป็นบางส่วน กล่าวคือหาก Order เต็มจำนวน 10 BTC ไม่พร้อมให้ซื้อในราคาดังกล่าว Order ก็จะถูกยกเลิก


ข้อคิดส่งท้าย

การเรียนรู้ประเภทต่างๆ ของ Order นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเทรดให้ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าคุณจะใช้ Stop Order เพื่อจำกัดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น หรือ OCO Order เพื่อวางแผนสำหรับผลลัพธ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน สิ่งสำคัญคือคุณต้องตระหนักถึงเครื่องมือในการเทรดที่มีอยู่ในมือ 

หากคุณต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเภท Order สามารถถามได้ที่ Ask Academy แพลตฟอร์ม Q&A ของชุมชนของเราพร้อมที่จะช่วยตอบคำถามของคุณเสมอ!