เพิ่มความปลอดภัยให้กับบัญชี Binance ของคุณใน 7 ขั้นตอนง่ายๆ
เพิ่มความปลอดภัยให้กับบัญชี Binance ของคุณใน 7 ขั้นตอนง่ายๆ
หน้าหลักบทความ

เพิ่มความปลอดภัยให้กับบัญชี Binance ของคุณใน 7 ขั้นตอนง่ายๆ

มือใหม่
Published Jun 12, 2020Updated May 10, 2021
6m

บทนำ

ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดสำหรับ Binance แม้ว่าเราจะทำทุกอย่างเพื่อรักษาให้บัญชีของคุณปลอดภัย แต่คุณก็สามารถช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับบัญชี Binance ของคุณได้เช่นกัน 
ในบทความนี้ เราจะอธิบายขั้นตอนง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับบัญชีของคุณ พร้อมกับกล่าวถึงข้อควรปฏิบัติที่เป็นประโยชน์อีกด้วย เราต้องการที่จะรักษาบัญชีของคุณให้ปลอดภัยเช่นเดียวกันคุณ และเนื่องจากอุตสาหกรรมบล็อกเชนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว การเพิ่มความปลอดภัยที่มากขึ้นย่อมส่งผลดีต่อทุกฝ่าย
เราลองมาดูกันว่ามีขั้นตอนใดบ้างที่คุณสามารถทำได้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับบัญชี Binance ของคุณ


1. ใช้รหัสผ่านที่คาดเดาได้ยากและเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำ

ข้อมูลนี้อาจจะเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องทำแต่จริงๆแล้วเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการรักษาบัญชี Binance ของคุณให้ปลอดภัย คุณควรใช้รหัสผ่านที่รัดกุมและไม่ซ้ำกับบัญชีอื่นๆ ของคุณที่ใช้อยู่บนอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับบัญชีที่มีมูลค่า เช่น บัญชีตลาดแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซีของคุณ ถ้าจะให้ดีแล้ว รหัสผ่านควรมีความยาวมากกว่า 8 อักขระ มีทั้งตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็ก ตัวเลข รวมทั้งเครื่องหมาย หรืออักขระพิเศษ
หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดสำหรับสร้าง จัดการ และจัดเก็บรหัสผ่านให้ปลอดภัยคือการใช้โปรแกรมจัดการรหัสผ่าน (Password Manager) วิธีนี้จะช่วยให้คุณสามารถเก็บและจัดการรหัสผ่านต่างๆ ได้อย่างปลอดภัยและสะดวกในที่เดียว โปรแกรมจัดการรหัสผ่านส่วนใหญ่จะใช้กลไกการเข้ารหัส (Encryption) ที่ซับซ้อนเพื่อเพิ่มการป้องกันอีกชั้น อย่าลืมว่าคุณต้องเลือกเฉพาะซอฟต์แวร์จัดการรหัสผ่านที่เชื่อถือได้เท่านั้น และแน่นอนว่าคุณต้องสร้างรหัสผ่านที่ปลอดภัยสำหรับตัวโปรแกรมเองด้วย
การมีรหัสผ่านที่รัดกุมถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญ อย่างไรก็ตามคุณควรเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำ เนื่องจากผู้ไม่หวังดีอาจหาวิธีเจาะรหัสผ่านของคุณได้ในที่สุด คุณควรดำเนินการนี้สำหรับบัญชี Binance รวมทั้งอีเมลที่เกี่ยวข้องกับบัญชี Binance ของคุณด้วย 
ยังมีอีกประเด็นเกี่ยวกับอีเมลที่คุณควรพิจารณา คือ การใช้ที่อยู่อีเมลที่แตกต่างกันสำหรับบัญชีต่างๆ นั้นถือว่ามีประโยชน์อย่างยิ่ง ทั้งนี้เพราะจะช่วยลดผลกระทบหากเกิดเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (Data Breach) โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณใช้อีเมลเก่า กรณีนี้มีโอกาสสูงที่อีเมลดังกล่าวเคยถูกเจาะข้อมูลในอดีต การใช้อีเมลเฉพาะกับแต่ละบริการสามารถช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าวสำหรับหลายๆ บัญชีในคราวเดียวได้ เว็บไซต์ Have I Been Pwned เป็นแหล่งข้อมูลที่ดีเยี่ยมในการตรวจสอบว่าบัญชีของคุณเคยตกเป็นเหยื่อของการละเมิดข้อมูลหรือไม่
โปรดทราบว่าเมื่อคุณเปลี่ยนรหัสผ่านของบัญชี Binance คุณจะไม่สามารถถอนเงินได้เป็นเวลา 24 ชั่วโมงหลังจากนั้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้โจมตี (Attacker) ล็อกบัญชีไม่ให้คุณเข้าใช้ขณะที่ทำการถอน Fund ของคุณ


2. เปิดใช้งานการตรวจสอบสิทธิ์สองปัจจัยหรือ Two-Factor Authentication (2FA)

การเปิดใช้งานการตรวจสอบสิทธิ์สองปัจจัย (2FA) คือสิ่งแรกที่คุณควรดำเนินการหลังจากสร้างบัญชี Binance ทั้งนี้ Binance รองรับ 2FA สองประเภท ได้แก่ การตรวจสอบสิทธิ์ทาง SMS และ Google Authentication โดยจากสองตัวเลือกนี้ เราแนะนำให้คุณใช้ Google Authenticator แต่อย่าลืมจดรหัสหรือคีย์สำหรับใช้เพื่อรีเซ็ตไว้ในกรณีที่คุณต้องโอนรหัส 2FA ไปยังโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่
แม้ว่าการตรวจสอบสิทธิ์ทาง SMS อาจใช้งานง่ายกว่า แต่วิธีนี้ก็ถือว่ามีความปลอดภัยน้อยกว่า Google Authenticator การโจมตีด้วยวิธีสลับซิม (SIM Swapping) ซึ่งเป็นเทคนิคที่ผู้ประสงค์ร้ายใช้สวมรอยขโมยซิมของเหยื่อเพื่อนำซิมดังกล่าวมารับรหัสในการทำธุรกรรมออนไลน์นั้นเป็นสิ่งอันตรายอย่างยิ่ง และบัญชีของผู้มีชื่อเสียงหลายรายก็ตกเป็นเหยื่อเทคนิคกลโกงลักษณะนี้มาแล้ว ในปี 2019 Jack Dorsey ซึ่งเป็น CEO ของ Twitter ถูกแฮ็กด้วยวิธีนี้ ทำให้ผู้โจมตีสามารถสวมรอยใช้งานบัญชี Twitter ของเขาที่มีผู้ติดตามหลายล้านคนได้
วิธีข้างต้นไม่ใช่วิธีเดียวในการเพิ่มความปลอดภัยให้กับบัญชีของคุณด้วย 2FA เราจะพูดถึงอีกวิธีการที่เรียกว่าการตรวจสอบสิทธิ์แบบ Universal 2nd Factor (U2F) ต่อไปด้านล่าง โดยวิธีนี้จะเกี่ยวข้องกับการใช้ฮาร์ดแวร์ที่ปลอดภัยเพื่อปกป้องบัญชีของคุณ และข่าวดีก็คือ Binance รองรับวิธีนี้ด้วยเช่นกัน!


3. ตรวจสอบรายชื่ออุปกรณ์ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงบัญชีของคุณ

คุณสามารถตรวจสอบอุปกรณ์ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงบัญชี Binance ของคุณได้ในแท็บการจัดการอุปกรณ์ / Device Management และหากใช้แอป Binance คุณจะเห็นเมนูนี้ในแท็บ "บัญชี / Account" 

หากคุณเห็นอุปกรณ์ที่ไม่รู้จักหรือไม่ได้ใช้งานอีกต่อไป ให้ลบอุปกรณ์ดังกล่าวออก เมื่อลบอุปกรณ์ออกแล้ว อุปกรณ์นั้นจะไม่สามารถเข้าถึงบัญชีของคุณได้อีก เว้นแต่คุณจะอนุญาตอีกครั้งผ่านการยืนยันทางอีเมล ดังที่เราได้กล่าวไปแล้วก่อนหน้านี้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมความปลอดภัยของบัญชีอีเมลของคุณจึงมีความสำคัญมากเช่นกัน

คุณยังสามารถตรวจสอบกิจกรรมเกี่ยวกับบัญชีได้อีกด้วย ซึ่งได้แก่การตรวจสอบ IP Address และเวลาที่ใช้เข้าถึงบัญชีของคุณ หากคุณเห็นกิจกรรมที่น่าสงสัย ให้ปิดใช้งาน (Disable) บัญชีของคุณในทันที การดำเนินการนี้จะส่งผลให้การเทรดและการถอนต่างๆ ถูกระงับ รวมถึงลบคีย์ API และลบอุปกรณ์ทั้งหมดที่สามารถเข้าถึงบัญชีของคุณได้


4. จัดการ Address การถอนของคุณ (withdrawal addresses)

บัญชี Binance ของคุณมีฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่เรียกว่าการจัดการ Address / Address Management ซึ่งช่วยให้คุณสามารถจำกัด Wallet Address ที่สามารถถอน Fund เข้าได้ หากคุณเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ การเพิ่ม Address ใหม่ทุกรายการจะต้องได้รับการยืนยันทางอีเมลเพื่อให้เพิ่มไปยังรายการที่อนุญาต (Whitelist) ได้

ดังนั้น เราขอย้ำอีกครั้งว่าการรักษาความปลอดภัยให้กับบัญชีอีเมลของคุณมีความสำคัญอย่างยิ่ง! เพราะถือเป็นรากฐานความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ของคุณเลยทีเดียว

หากคุณยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะใช้ Wallet คริปโตใดเพื่อถอน Fund เข้า คุณสามารถลองใช้ Trust Wallet ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมหากคุณกำลังมองหา Software Wallet ที่ปลอดภัยสำหรับโทรศัพท์มือถือของคุณ หรือคุณยังสามารถลงทุนใน Hardware Wallet เพื่อเก็บ Private Key ของคุณแบบออฟไลน์ได้



หากคุณกำลังมองหาช่องทางเทรดคริปโตเคอร์เรนซี ซื้อ Bitcoin ได้เลยที่ Binance!



5. เรียนรู้เกี่ยวกับฟิชชิง

ฟิชชิง (Phishing) คือการโจมตีประเภทหนึ่งที่ผู้ประสงค์ร้ายพยายามสวมรอยเป็นบุคคลอื่น (เช่น ร้านค้าหรือผู้ประกอบการ) เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลส่วนตัวของคุณ ฟิชชิงถือเป็นหนึ่งในการโจมตีที่พบได้บ่อยที่สุดและคุณควรระวังให้มาก
ตามหลักทั่วไปแล้ว คุณควรเข้าชม Binance จากบุ๊กมาร์กที่บันทึกไว้เท่านั้น แทนที่จะพิมพ์ที่อยู่เว็บใหม่ทุกครั้งไป หากคุณยังไม่ได้ดำเนินการดังกล่าว ให้บุ๊กมาร์กลิงก์ต่อไปนี้ได้เลย: https://www.binance.com ขั้นตอนง่ายๆ นี้จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงเว็บไซต์ปลอมหลายรายที่พยายามหลอกเอาข้อมูลเพื่อเข้าถึงบัญชีของคุณ
ฟีเจอร์ Anti-Phishing Code ช่วยให้คุณตั้งรหัสเฉพาะที่จะรวมไว้ในอีเมลแจ้งเตือนจาก Binance ทั้งหมดของคุณ การเปิดใช้งาน Anti-Phishing Code จะทำให้คุณบอกได้ว่าอีเมลแจ้งเตือนที่คุณได้รับนั้นมาจาก Binance จริงๆ หรือไม่ หากคุณต้องการเรียนรู้วิธีใช้งานฟีเจอร์นี้ ลองดูที่บทความคู่มือการใช้งาน Anti-Phishing Code ของเรา
หากคุณต้องการเรียนรู้วิธีอื่นๆ ในการหลีกเลี่ยงฟิชชิง ลองอ่านบทความทำความรู้จักกับฟิชชิงได้เลย


6. ปฏิบัติตามแนวทางการรักษาความปลอดภัยของ API

Binance API เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมสำหรับนักเทรดผู้เชี่ยวชาญในการเพิ่มประสิทธิภาพของประสบการณ์การใช้เครื่องมือการเทรดของ Binance เนื่องจาก Binance API ช่วยให้คุณสามารถสร้างกลยุทธ์การเทรดที่กำหนดเองได้

อย่างไรก็ตาม การใช้คีย์ API ก็ทำให้เกิดความเสี่ยง เนื่องจากคุณอนุญาตให้แชร์ข้อมูลกับแอปพลิเคชันภายนอก เมื่อคุณใช้ Binance API คุณควรพิจารณาจำกัดการเข้าถึงด้วย IP Address เพื่อให้ใช้งานได้เฉพาะ IP Address ที่ได้รับอนุญาต (Whitelist) เท่านั้น นอกจากนี้ คุณควรพิจารณาเปลี่ยนคีย์ API ของคุณเป็นประจำและหลีกเลี่ยงการให้คีย์ของคุณกับบุคคลภายนอก


7. ใช้การตรวจสอบสิทธิ์แบบ Universal 2nd Factor (U2F)

Binance รองรับตัวตรวจสอบสิทธิ์ที่เข้ากันได้กับ U2F เช่น Yubico YubiKey อุปกรณ์เหล่านี้จะอนุญาตให้คุณเข้าถึงบัญชีได้ก็ต่อเมื่อมีการเชื่อมต่ออุปกรณ์ดังกล่าวกับคอมพิวเตอร์ของคุณหรือจับคู่แบบไร้สายเท่านั้น

อุปกรณ์นี้เปรียบเสมือนกับ Google Authenticator แต่มาในรูปฮาร์ดแวร์แทนที่จะเป็นซอฟต์แวร์ ซึ่งหมายความว่าการเข้าถึงบัญชีของคุณจำเป็นต้องมีฮาร์ดแวร์นี้ด้วยเช่นกัน


ข้อคิดส่งท้าย

การรักษาบัญชี Binance ของคุณให้ปลอดภัยถือเป็นสิ่งที่สำคัญ และเราก็ได้พูดถึงขั้นตอนง่ายๆ บางส่วนที่คุณสามารถทำได้เพื่อปกป้องบัญชีของคุณและป้องกันไม่ให้แฮ็กเกอร์เข้ามาขโมย Bitcoin หรือ Altcoin อันมีค่าของคุณ
หากคุณต้องการตรวจสอบระดับความปลอดภัยปัจจุบันของบัญชี ให้ไปที่แดชบอร์ดความปลอดภัย / Security Dashboard ของคุณ สำหรับแอป Binance ให้ไปที่ส่วน "ความปลอดภัย / Security" ของแท็บ "บัญชี / Account" ของคุณ
หากคุณต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม อย่าลืมอ่านบทความอื่นๆ ของเราที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านความปลอดภัยใน Binance Academy!