วิธีกู้คืนคริปโตที่โอนผิด Network บน Binance
วิธีกู้คืนคริปโตที่โอนผิด Network บน Binance
หน้าหลักบทความ

วิธีกู้คืนคริปโตที่โอนผิด Network บน Binance

มือใหม่
1mo ago
8m

ข้อมูลฉบับย่อ

เมื่อถอนหรือฝากคริปโตในบัญชี Binance ของคุณ อย่าลืมตรวจสอบ Network ที่คุณเลือกให้ถี่ถ้วน หลายคนอาจสับสนระหว่าง Binance Smart Chain (BEP-20) กับ Ethereum (ERC-20) และส่งโทเค็นไปผิดบล็อกเชนได้
หาก Wallet คริปโตที่คุณฝากเข้ารองรับโทเค็น BEP-20 และ ERC-20 คุณสามารถส่งคริปโตกลับมายัง Binance ได้ด้วยวิธีง่ายๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน
หาก Wallet ของคุณรองรับเฉพาะ ERC-20 หรือ BEP-20 เท่านั้น คุณจะต้องนำเข้า Private Key ของ Wallet ไปยัง Wallet ใหม่ที่รองรับทั้งสองบล็อกเชน

ส่วนการฝากผิดบล็อกเชนในตลาดแลกเปลี่ยนคริปโตอื่น หรือ Custodial Wallet นั้นจะแก้ไขได้ยากกว่า ในกรณีนี้ คุณต้องติดต่อฝ่ายสนับสนุนของ Wallet นั้นๆ เพื่อปรึกษาว่าพวกเขาจะสามารถช่วยเหลือคุณได้หรือไม่


บทนำ

หากคุณเคยทำการถอนจาก Binance คุณอาจสังเกตเห็นว่าบางโทเค็นมี Network การโอนที่แตกต่างกัน แม้แต่ HODLer ที่มีประสบการณ์ก็อาจสับสนกับการเลือกบล็อกเชนที่ถูกต้องสำหรับธุรกรรมของตัวเองได้ ตัวอย่างเช่น คุณจะเลือกบล็อกเชนไหนเมื่อถอนคริปโตไปยัง Wallet อื่น?

คำตอบก็คือ คุณควรเลือก Network เดียวกันกับ Network ของ Wallet ปลายทางที่ต้องการใช้รับคริปโต โดยตามหลักแล้ว Network จะขึ้นกับมาตรฐานโทเค็นที่คุณใช้ เช่น ERC-20, BEP-20 หรือ BEP-2

หากคุณส่งคริปโตผิดบล็อกเชน คุณจำเป็นต้องทราบถึงประเภทของ Wallet ที่ส่งคริปโตเข้า หากคุณสามารถดู Private Key หรือ Seed Phrase ของตัวเองได้ กรณีนี้แสดงว่าคุณใช้ Non-Custodial Wallet หากคุณไม่สามารถดูได้ แสดงว่า Wallet ของคุณเป็นแบบ Custodial เมื่อทราบข้อมูลประเภท Wallet แล้ว คุณสามารถลอง 3 วิธีที่เราแนะนำไว้ด้านล่างนี้ได้


วิธีแก้ไขเมื่อส่ง Fund ผิด Network

ก่อนอื่นเลย ไม่ต้องตกใจไป หากคุณส่งโทเค็น ERC-20 (เช่น ETH) โดยใช้ Binance Smart Chain (BSC) หรือส่งโทเค็น BEP-20 ผ่านเครือข่าย Ethereum มีความเป็นไปได้ที่จะกู้ Fund กลับคืนมาได้ โดยเราจะแสดงตัวอย่าง 3 กรณี โดยแต่ละกรณีจะมีวิธีแก้ไขต่างกันออกไปดังนี้

1. คุณส่งโทเค็นไปยัง Wallet ที่รองรับ BSC และ Ethereum

คุณสามารถส่งโทเค็นกลับไปยัง Network ที่ถูกต้องบน Binance ได้

2. คุณส่งโทเค็นไปยัง Wallet ที่รองรับแค่ BSC หรือ Ethereum อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น

คุณจะต้องหา Private Key ของคุณเพื่อนำเข้า (Import) คีย์นี้ไปยัง Wallet ที่รองรับทั้ง BSC และ Ethereum

3. คุณส่งโทเค็นไปยัง Custodial Wallet หรือตลาดแลกเปลี่ยนคริปโต (Crypto Exchange)

ให้ขอความช่วยเหลือจากผู้ให้บริการ Wallet ของคุณหรือฝ่ายบริการลูกค้าของตลาดแลกเปลี่ยน โปรดทราบว่าอาจไม่สามารถกู้ Fund ของคุณคืนได้ในกรณีนี้

ก่อนที่จะแก้ไขปัญหา คุณควรทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเดียวกันนี้ในอนาคต


ความแตกต่างระหว่าง BEP-20 และ ERC-20

ERC-20 และ BEP-20 คือมาตรฐานโทเค็นที่อธิบายถึงกฎและแนวทางทางเทคนิคที่เฉพาะสำหรับโทเค็น โดยมาตรฐานโทเค็นนี้จะควบคุมวิธีดำเนินการธุรกรรม การฝาก และการถอนทั้งหมด ทั้ง ERC-20 และ BEP-20 ช่วยทำให้การเชื่อมโยงระหว่างโทเค็นกับ Wallet, โปรเจกต์ และ Smart Contract ต่างๆ มีความเป็นมาตรฐาน

มาตรฐานทั้งสองมีลักษณะการทำงานที่คล้ายคลึงกันหลายอย่าง แต่ ERC-20 นั้นเป็นมาตรฐานเฉพาะสำหรับ Ethereum และ BEP-20 ใช้เฉพาะกับ Binance Smart Chain พูดง่ายๆ คือ ERC-20 และ BEP-20 เป็นมาตรฐานโทเค็นที่อยู่ในบล็อกเชนที่แตกต่างกัน

หากคริปโตของคุณอยู่ใน Network ที่ไม่ถูกต้อง คุณอาจไม่สามารถใช้คริปโตเพื่อจุดประสงค์ที่ต้องการได้ ตัวอย่างเช่น Ethereum ที่ส่งไปยัง BSC จะไม่สามารถใช้งานได้ใน Ethereum DApp และ Smart Contract


จะเกิดอะไรขึ้นหากมีการส่งโทเค็น BEP-20/ERC-20 ไปยังบล็อกเชนที่ไม่ถูกต้อง

หากคุณส่งโทเค็น ERC-20 token ไปยัง BSC หรือส่งโทเค็น BEP-20 ไปยัง Ethereum โทเค็นดังกล่าวจะไปที่ Wallet Address เดียวกันใน Network ที่เลือก ทั้งนี้ Address ของ BSC และ Ethereum Wallet จะเหมือนกันและคุณสามารถเข้าถึงได้ด้วย Private Key เดียวกัน

ตัวอย่างเช่น การส่ง ETH ไปยัง BSC จะกลายเป็นโทเค็น BEP-20 ที่มีมูลค่าตรึง (Pegged) อยู่กับ Ether ใน Wallet Address ของคุณบน BSC คุณสามารถใช้ BscScan.com เพื่อตรวจสอบรหัสธุรกรรม (Transacntion ID) ของคุณหรือ Etherscan.io เมื่อคุณส่งโทเค็น BEP-20 ไปยังเครือข่าย Ethereum
เราลองมาดูตัวอย่าง (จาก BscScan) ที่ผู้ใช้ถอน ERC-20 ETH พร้อมกับเลือก BSC (BEP-20) เป็น Transfer Network ใน Binance Wallet ของตน ตอนนี้โทเค็นดังกล่าวจะแสดงในรูป Binance-Peg Ethereum ภายใน Wallet Address เดียวกันบน BSC

โชคดีที่ในกรณีนี้ คริปโตของคุณจะไม่สูญหายไป สิ่งที่คุณต้องทำก็คือส่งโทเค็นกลับคืนไปยังบล็อกเชนที่ถูกต้องเท่านั้น ลองดูวิธีดำเนินการที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณได้ด้านล่าง


วิธีกู้คืนจาก Wallet ที่รองรับทั้ง BSC และ Ethereum

คุณน่าจะหาโทเค็นได้ไม่ยากใน Wallet ที่รองรับทั้งสองบล็อกเชน ลองมองหารายการโทเค็นที่สลับได้สำหรับแต่ละ Network เพื่อเปิดใช้งานหากคุณยังไม่เห็นคริปโตของตัวเอง

ตัวอย่างเช่น MetaMask จะมีปุ่ม [Add Token] ที่ให้คุณเรียกดูโทเค็นที่มีอยู่ทั้งหมดได้

หากไม่เห็นโทเค็นในรายการ คุณจะต้องป้อนสัญญาโทเค็น (Token Contract) ลงใน Wallet ของคุณ คุณสามารถดูขั้นตอนนี้ได้ในขั้นตอนที่ 5 ของวิธีกู้คืนจาก Wallet ที่รองรับแค่ BSC หรือ Ethereum อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น
หากคุณต้องการคืนโทเค็นกลับไปยังบล็อกเชนเดิม คุณมี 2 ทางเลือก ได้แก่ การใช้ Binance Bridge หรือดำเนินการด้วยตนเอง

Binance Bridge

Binance Bridge เป็นเครื่องมือง่ายๆ สำหรับแปลงสินทรัพย์ของคุณระหว่างบล็อกเชน เพียงแค่เชื่อมต่อกับ MetaMask หรือ Binance Chain Wallet แล้วเลือกสิ่งที่คุณต้องการโอน อย่าลืมว่าคุณจะต้องมี BNB เพื่อชำระ Gas Fee ของ BSC หรือ ETH สำหรับ Gas Fee ของ Ethereum
ทำตามขั้นตอนในบทความทำความรู้จักกับ Binance Bridge ของเราเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการนี้


การแปลงด้วยตัวเอง (Manual Conversion) 

การแปลงโทเค็นด้วยตัวเองนั้นต้องอาศัยการส่งคริปโทเคอร์เรนซีของคุณกลับมายัง Binance ก่อน Deposit Network ใน Binance Spot Wallet ของคุณต้องตรงกับบล็อกเชนที่มีโคเท็นของคุณอยู่ในตอนนี้ เมื่อโทเค็นเข้ามายัง Wallet ใน Binance แล้ว คุณสามารถส่งไปยัง Wallet ภายนอกที่ถูกต้องได้

ในตัวอย่างนี้ เราจะแปลง (Convert) Binance-Peg ETH (BEP-20) กลับไปเป็น ERC-20 ETH อย่าลืมตรวจสอบให้แน่ใจว่า Wallet ที่คุณใช้ส่งมี BNB เพียงพอสำหรับ Gas Fee

1. ในหน้าการถอนคริปโตของ Binance ให้เลือก ETH และ Deposit Network เป็น BEP-20 (BSC) หากคุณเลือก Network ผิด Binance จะไม่สามารถกู้ Fund ของคุณคืนมาได้


2. เมื่อ ETH กลับมาอยู่ในบัญชี Binance ของคุณแล้ว ให้แปลง (Convert) เป็น ERC-20 โดยการถอนไปยัง Wallet ที่รองรับ Ethereum แล้วเลือก Ethereum (ETH) ERC20 เป็น Transfer Network ของคุณ

เท่านี้ Fund ของคุณก็จะเข้าสู่กระบวนการเพื่อไปยังบล็อกเชนที่ถูกต้องใน Wallet ภายนอกของคุณแล้ว


วิธีกู้คืนจาก Wallet ที่รองรับแค่ BSC หรือ Ethereum อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น

หากต้องการกู้คืนโทเค็นของคุณในกรณีนี้ คุณจะต้องนำเข้า (Import) Private Key ของ Wallet ไปยัง Wallet ใหม่ที่รองรับทั้งสองบล็อกเชน คุณอาจสามารถใช้ Seed Phrase แทน Private Key ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ Wallet ที่จะนำเข้า

การนำเข้า Private Key

เมื่อคุณนำเข้า Private Key ของ Wallet หนึ่งไปยังอีก Wallet คุณจะสามารถเข้าถึง Fund ที่เกี่ยวข้องกับ Private Key นั้นได้ แม้ว่าจะใช้คนละ Wallet ก็ตาม

หรือกล่าวคือ การนำเข้า Private Key ไม่ได้ส่ง Fund ไปยัง Wallet ที่นำเข้า แต่การดำเนินการนี้เพียงช่วยให้สามารถเข้าถึง Wallet ภายนอกได้จากแอปพลิเคชันอื่นเท่านั้น โปรดทราบว่า โดยทั่วไปแล้ว Custodial Wallet จะไม่มีตัวเลือกนี้เนื่องจากไม่มี Private Key ให้คุณ

Wallet ยอดนิยมสำหรับขั้นตอนนี้ ได้แก่ Metamask, Trust Wallet, Math Wallet, SafePal และ TokenPocket

สำหรับตัวอย่างนี้เราจะใช้ส่วนขยาย MetaMask สำหรับ Google Chrome เพื่อกู้คืน ETH ที่ส่งไปยัง BSC โดยไม่ได้ตั้งใจ

วิธีกู้คืน Fund ของคุณ

1. ไปยัง MetaMask Wallet ของคุณ หรือสร้าง Wallet ใหม่หากคุณยังไม่มี โดย MetaMask มีให้บริการเป็นแอปสำหรับ iOS และ Android อีกด้วย


2. หากคุณสร้างบัญชีใหม่ คุณจะมีตัวเลือกเพื่อนำเข้า Seed Phrase ของ Wallet เก่าของคุณ 


3. หากคุณมีบัญชีอยู่แล้ว เพียงคลิกหมุดส่วนขยาย MetaMask แล้วคลิกโปรไฟล์บัญชีของคุณที่ด้านขวาบน


4. คลิก [Import Account / นำเข้าบัญชี] จากนั้นป้อน Private Key สำหรับ Wallet ที่คริปโตหายไป แล้วคลิก [Import / นำเข้า] เพื่อสิ้นสุดขั้นตอน คุณยังสามารถอัปโหลดไฟล์ JSON ได้หากมี


5. จากนั้น คุณจะต้องเพิ่มเครือข่าย BSC ในบัญชี MetaMask ของคุณด้วยตัวเอง คลิกหมุดส่วนขยาย MetaMask ตามด้วยเมนูเครือข่าย (Network) แบบเลื่อนลงที่อยู่ตรงกลางด้านบน คลิก [Custom RPC] ที่ด้านล่างของรายการ


6. คุณจะต้องเพิ่มรายละเอียดเพื่ออนุญาตให้ MetaMask เข้าถึง Binance Smart Chain รายละเอียดเหล่านี้รวมถึง Remote Procedure Call (RPC) URL ซึ่ง URL นี้จะช่วยให้ MetaMask สืบค้นข้อมูลจากบล็อกเชนของ BSC และส่งคำร้องเพื่อทำธุรกรรมได้

กรอกข้อมูลต่อไปนี้ในช่องที่เกี่ยวข้องแล้วคลิก [Save / บันทึก] ที่ด้านล่าง

Network Name: BSC Mainnet
New RPC URL: https://bsc-dataseed1.binance.org/
ChainID: 56
Symbol: BNB
Block Explorer URL: https://bscscan.com/


7. เมื่อถึงจุดนี้ ให้เพิ่ม Token Contract ที่ถูกต้องไปยัง MetaMask Wallet ของคุณ ขั้นตอนนี้จะช่วยให้ Wallet ที่รองรับ BEP-20 ที่คุณเลือกสามารถสแกนหาโทเค็นที่สูญหายได้ คุณสามารถดูรายการโทเค็นและ Token Contract ได้ใน BscScan สำหรับ ERC-20 ETH ที่ส่งไปยัง BSC ให้คลิกที่ Binance-Peg Ethereum Token (ETH) เพื่อค้นหา Token Contract


8. คัดลอก Token Contract เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับขั้นตอนต่อไป รวมทั้งจดบันทึกข้อมูลที่แสดงอยู่ในช่องทศนิยม (Decimals)


9. เลือก [BSC Mainnet] จากรายการเครือข่ายแบบเลื่อนลง แล้วคลิก [Add Token / เพิ่มโทเค็น] จากนั้นคลิก [Custom Token / โทเค็นที่กำหนดเอง]


10. ป้อน Token Contract Address, Token Symbol และ Decimals of Precision สำหรับตัวอย่าง ETH ของเรา ข้อมูลจะมีดังนี้

Token Contract Address: 0x2170ed0880ac9a755fd29b2688956bd959f933f8
Token Symbol: ETH
Decimals of Precision: 18
คลิก [Add Tokens / เพิ่มโทเค็น] เพื่อยืนยัน


11. ตอนนี้คุณจะเห็นโทเค็น ETH ที่หายไปในยอดคงเหลือ Wallet ของคุณแล้ว ณ จุดนี้ คุณมีตัวเลือกในการส่งกลับไปยัง BEP-20 Wallet Address ของบัญชี Binance ของคุณ คุณยังสามารถใช้ Binance Bridge กับ MetaMask เพื่อแปลงโทเค็นของคุณเป็น ERC-20 ได้หากต้องการ

ดูที่วิธีกู้คืนจาก Wallet ที่รองรับทั้ง BSC และ Ethereum สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการ Bridging โทเค็นของคุณ



วิธีกู้คืนจาก Custodial Wallet หรือตลาดแลกเปลี่ยน (Exchange)

หากคุณได้ถอน Fund ไปยัง Custodial Wallet ที่ไม่รองรับ BEP-20 เช่น ตลาดแลกเปลี่ยนคริปโตอื่น คุณจะต้องติดต่อ Custodial Holder ของ Wallet ดังกล่าว

ผู้ให้บริการ Custodial Wallet บางรายอาจให้ความช่วยเหลือโดยเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรืออนุญาตให้คุณเข้าถึง Private Key ของคุณ จากนั้นคุณสามารถนำเข้า Private Key ไปยัง Wallet ที่รองรับ BSC ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการ รวมถึงตลาดแลกเปลี่ยนส่วนใหญ่จะไม่สามารถมอบ Private Key ให้คุณได้

หากคุณฝากโทเค็นเข้าในบัญชี Binance ของคุณโดยเลือกบล็อกเชนผิด Binance ไม่สามารถช่วยกู้คืนคริปโตของคุณได้


ข้อคิดส่งท้าย

การเลือก Transfer Network ที่ถูกต้องถือเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่ต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุดเมื่อทำการถอนคริปโตจาก Binance แต่เมื่อคุณคุ้นเคยกับขั้นตอนต่างๆ แล้ว คุณก็จะขจัดปัญหาการส่ง BTC หรือ ETH ผิด Network ได้ ในกรณีส่วนใหญ่สำหรับ Wallet มาตรฐาน Fund ของคุณจะมีความปลอดภัย (SAFU) และสามารถกู้คืนได้หากทำตามขั้นตอนในบทความนี้