คู่มือการเทรดคริปโตเคอร์เรนซีแบบ Day Trading สำหรับมือใหม่
สารบัญ
บทนำ
Day Trading คืออะไร
Day Trader ทำเงินได้อย่างไร
กลยุทธ์สำหรับ Day Trading
วิธีเริ่มเทรดคริปโตเคอร์เรนซีแบบ Day Trading
ฉันควรเริ่ม Day Trading เพื่อเป็นรายได้หลักหรือไม่
ข้อคิดส่งท้าย
คู่มือการเทรดคริปโตเคอร์เรนซีแบบ Day Trading สำหรับมือใหม่
หน้าหลักบทความ
คู่มือการเทรดคริปโตเคอร์เรนซีแบบ Day Trading สำหรับมือใหม่

คู่มือการเทรดคริปโตเคอร์เรนซีแบบ Day Trading สำหรับมือใหม่

มือใหม่
Published Jul 1, 2020Updated Sep 9, 2021
7m

บทนำ

Day Trading ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การเทรด (trading strategies) ที่ใช้กันมากที่สุด Day Trader จะเทรดอย่าง Active ในตลาดการเงินส่วนใหญ่ เช่น ตลาดหลักทรัพย์, Forex, ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ รวมทั้งตลาดคริปโตเคอร์เรนซีด้วย ว่าแต่ Day Trading นั้นเหมาะกับคุณหรือไม่? Day Trader ทำเงินได้อย่างไร แล้วคุณควรเริ่ม Day Trading หรือไม่?

ถึงแม้เราจะไม่มีคำตอบที่แน่นอนสำหรับคำถามข้างต้น แต่บทความนี้ก็จะช่วยอธิบายข้อมูลที่คุณต้องทราบก่อนตัดสินใจเทรดคริปโตแบบ Day Trading


Day Trading คืออะไร

Day Trading คือกลยุทธ์การเทรดที่อาศัยการเข้าและออกจาก Position ในวันเดียวกัน เนื่องจากการเทรดเกิดขึ้นในวันเดียวกัน กลยุทธ์นี้จึงยังเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Intraday Trading หรือการเทรดรายวันอีกด้วย เป้าหมายของ Day Trader คือการใช้กลยุทธ์ Intraday Trading เพื่อพยายามทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงราคาของตราสารทางการเงิน (Financial Instrument)

คำว่า "Day Trader" มีที่มาจากตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะเปิดการซื้อขายเฉพาะในช่วงเวลาทำการระหว่างสัปดาห์เท่านั้น ในกรณีนี้ Day Trader จะไม่เปิด Position ไว้ข้ามคืน เนื่องจากพวกเขาตั้งเป้าที่จะใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวของราคารายวัน


Day Trader ทำเงินได้อย่างไร

Day Trader ที่ประสบความสำเร็จมักจะมีความเข้าใจเกี่ยวกับตลาดอย่างลึกซึ้ง พร้อมทั้งมีประสบการณ์มากพอสมควรอีกด้วย โดยทั่วไปแล้ว Day Trader จะใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis: TA) เพื่อวางแผนการเทรด นักเทรดเหล่านี้มักจะใช้ปริมาณการซื้อขาย (Volume), Price Action, รูปแบบกราฟ (Chart Pattern) และอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคต่างๆ เพื่อระบุจุดเข้าและออกจากการเทรด นอกจากนี้ การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับความสำเร็จของ Day Trading ไม่ต่างจากกลยุทธ์การเทรดอื่นๆ
เนื่องจากเหตุการณ์ซึ่งเกี่ยวข้องกับปัจจัยพื้นฐานของตลาดนั้นอาจใช้เวลานานกว่าจะปรากฏให้เห็นผล Day Trader จึงอาจไม่เลือกใช้การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis: FA) ประกอบกลยุทธ์การเทรดของตน แต่ก็มีบางวันที่ Day Trader จะพิจารณาการ "เทรดตามข่าว (Trading the News)" ซึ่งหมายถึงการหาสินทรัพย์ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงเนื่องจากประกาศหรือข่าวล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์นั้น และใช้ประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน (Spike) ของกิจกรรมการซื้อขาย
Day Trader ตั้งเป้าที่จะใช้ประโยชน์จากความผันผวนของตลาด ดังนั้น ปริมาณการซื้อขายและสภาพคล่องจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งกับกลยุทธ์ Day Trading ทั้งนี้เพราะ Day Trader ต้องอาศัยสภาพคล่องสูงเพื่อให้เทรดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาต้องการออกจาก Position นอกจากนี้ Slippage (ค่าความคลาดเคลื่อนระหว่างราคาในจุดที่ระบบเกิดสัญญาณซื้อขายกับราคาที่สามารถซื้อขายได้จริง) ที่สูงในการเทรดรายการเดียวก็สามารถส่งผลกระทบอันใหญ่หลวงต่อบัญชีการเทรดของ Day Trader ได้ นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม Day Trader จึงมักจะเทรด Market Pair ต่างๆ ที่มีสภาพคล่องสูง
Day Trader บางรายจะเทรดเฉพาะ Market Pair เดียว เช่น BTC/USDT ขณะที่บางรายจะสร้างรายการที่น่าจับตา (Watchlist) ไว้ตามปัจจัยทางเทคนิคหรือปัจจัยพื้นฐาน (หรือทั้งสองอย่าง) แล้วเลือกว่าจะเทรดตราสารใดจากรายการนั้น


กลยุทธ์สำหรับ Day Trading

Scalping

Scalping คือกลยุทธ์การเทรดที่ใช้กันทั่วไปในหมู่ Day Trader โดยเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ประโยชน์จากการปรับตัวของราคาเล็กน้อยที่เกิดขึ้นในกรอบเวลาสั้นๆ ซึ่งอาจเป็น Gap ในสภาพคล่อง, Bid-Ask Spread และจุดที่ตลาดขาดประสิทธิภาพอื่นๆ
Scalpers มักจะเทรด Margin หรือสัญญา Futures เพื่อเพิ่มผลลัพธ์ด้วยเลเวอเรจ เนื่องจากเป้าหมายราคาเป็นเปอร์เซ็นต์ค่อนข้างน้อย ดังนั้น Scalping จึงเหมาะกับการเทรด Position ขนาดใหญ่มากกว่า และความจริงแล้ว กลยุทธ์ Day Trading ส่วนใหญ่นั้นมักจะเหมาะกับ Position ขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม การเทรดด้วยเลเวอเรจไม่ได้หมายความว่าเราไม่ต้องพิจารณาหลักการบริหารจัดการความเสี่ยงเลย Scalper ที่ประสบความสำเร็จนั้นจะพึงระวังข้อกำหนด Margin ต่างๆ และใช้กฎ Position Sizing ที่เหมาะสม หากคุณต้องการอ่านเกี่ยวกับสูตรง่ายๆ ในการคำนวณ Position Size ลองดูได้เลยที่บทความวิธีการคำนวณ Position Size ในการเทรด
Scalper อาจใช้กลยุทธ์ต่างๆ เช่น การวิเคราะห์ Order Book, Volume Heatmap และอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคต่างๆ เพื่อระบุจุดเข้าและออกจากการเทรดแต่ละรายการ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการเทรดต้องอาศัยการดำเนินการอย่างรวดเร็วและมีความเสี่ยงสูง กลยุทธ์ Scalping นี้จึงเหมาะกับนักเทรดที่มีทักษะสูง นอกจากนี้ การเทรดที่ไม่ดีแม้เพียงไม่กี่รายการก็อาจส่งผลเสียอย่างยิ่งต่อบัญชีการเทรดได้ เนื่องจากการใช้เลเวอเรจมาก


Range Trading

Range Trading เป็นกลยุทธ์ง่ายๆ ที่อาศัยการวิเคราะห์กราฟแท่งเทียน รวมทั้งการดูระดับ Support (แนวรับ) และ Resistance (แนวต้าน) ดังที่เห็นได้จากชื่อ Range Trader จะดูที่กรอบราคาต่างๆ ในโครงสร้างตลาดและสร้างแนวทางการเทรดตามกรอบราคาเหล่านั้น ตัวอย่างเช่น หากราคาอยู่ในกรอบระหว่างแนวรับและแนวต้าน Range Trader อาจซื้อในระดับแนวรับ และขายระดับแนวต้าน ในทางตรงข้าม Range Trader อาจเลือก Short ระดับแนวต้านและออกจาก Position ที่ระดับแนวรับ

กลยุทธ์ Range Trading อยู่บนสมมุติฐานที่ว่าขอบของกรอบราคาจะคงระดับแนวรับและแนวต้านจนกว่าจะมีการทะลุกรอบราคานั้น ซึ่งหมายความว่าขอบล่างของกรอบราคาจะผลักให้ราคาสูงขึ้น ขณะที่ขอบบนของกรอบน่าจะผลักให้ราคาลดลง

อย่างไรก็ตาม ยิ่งราคาแตะระดับแนวรับหรือแนวต้านบ่อยครั้งเท่าใด โอกาสที่จะทะลุระดับดังกล่าวก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไม Range Trader จึงเตรียมตัวสำหรับโอกาสที่ตลาดจะทะลุกรอบราคาเสมอ และโดยปกติจะหมายถึงการตั้ง Stop-Loss ที่ระดับซึ่งมีการยืนยันการทะลุกรอบราคา
หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวข้อนี้ ลองศึกษาได้ที่บทความทำความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับ Support (แนวรับ) และ Resistance (แนวต้าน)
Range Trading ถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่ค่อนข้างตรงไปตรงมาซึ่งนักเทรดมือใหม่สามารถเลือกใช้ได้ โดยนักเทรดต้องมีความเข้าใจอย่างดีเกี่ยวกับกราฟแท่งเทียน ระดับแนวรับและแนวต้าน รวมทั้งอาจต้องอาศัยอินดิเคเตอร์โมเมนตัม (Momentum Indicator) เช่น RSI หรือ MACD


High-Frequency Trading (HFT)

High-Frequency Trading เป็นกลยุทธ์การเทรดแบบอัลกอริทึมประเภทหนึ่งที่ Quantitative Trader (หรือ "Quant" Trader) มักจะเลือกใช้ โดยกลยุทธ์นี้อาศัยการพัฒนาอัลกอริทึมและ Trading Bot ที่สามารถเข้าและออกจากหลายๆ Position ในช่วงเวลาสั้นๆ ได้ กรอบเวลาสั้นๆ ที่ว่านี้หมายถึงเสี้ยววินาทีเลยทีเดียว ช่วงเวลาไม่กี่เสี้ยววินาทีอาจสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งอย่างมีนัยสำคัญสำหรับบริษัท High-Frequency Trading

Trader อาจสร้างอัลกอริทึม HFT ขึ้นเพื่อวางกลยุทธ์ที่ซับซ้อนสูงมากๆ ถึงแม้ High-Frequency Trading อาจดูคล้ายกลยุทธ์ Day Trading ที่น่าลองใช้ แต่ HFT ก็มีความซับซ้อนกว่ามาก High-Frequency Trading ประกอบไปด้วยการ Backtesting (การทดสอบกลยุทธ์การเทรดย้อนหลัง) การเฝ้าติดตาม และการปรับอัลกอริทึมเพื่อให้เข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น หากคุณคิดว่าสามารถนั่งเฉยๆ ขณะที่ Trading Bot ทำทุกอย่างให้คุณนั้น งานนี้คุณก็อาจต้องผิดหวังไม่น้อย

อีกประเด็นที่ควรพิจารณาก็คือ High-Frequency Trading นั้นคือว่าเป็นอุตสาหกรรมที่พิเศษเฉพาะกลุ่ม ทำให้เป็นเรื่องยากที่ผู้คนทั่วไปจะเข้าถึงข้อมูลเทรดเบื้องลึกสำหรับกลยุทธ์ดังกล่าว ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะหาก Trading Firm และ Hedge Fund ต่างแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับกลยุทธ์ High-Frequency Trading ของตนกับนักลงทุนรายย่อยแล้ว กลยุทธ์ที่ว่านี้ก็คงไม่มีประโยชน์อีกต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่คุณควรพิจารณาเกี่ยวกับ Trading Bot ลองคิดดูเล่นๆ ว่าถ้ามีคนสร้าง Trading Bot ที่สามารถทำกำไรได้ ทำไมพวกเขาไม่เก็บไว้ใช้เอง แต่กลับเลือกที่จะขาย? นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมคุณต้องระวังให้มากเมื่อคิดจะซื้อ High-Frequency Trading Bot

การพัฒนา HFT Bot จำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดทางการตลาดขั้นสูง ควบคู่ไปกับความรู้เชิงลึกทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ดังนั้น HFT จึงเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสำหรับนักเทรดที่มีความเชี่ยวชาญ



วิธีเริ่มเทรดคริปโตเคอร์เรนซีแบบ Day Trading

เมื่อคุณตัดสินใจที่จะลองใช้กลยุทธ์ Day Trading ในการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีแล้ว คุณควรเริ่มต้นอย่างไร?

คุณสามารถลองอ่านคู่มือการเทรดคริปโตเคอร์เรนซีฉบับสมบูรณ์สำหรับมือใหม่ โดยเราได้อธิบายทุกอย่างที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับการเทรด พร้อมมอบคำแนะนำสำหรับนักลงทุนรายย่อยไว้ หากคุณเข้าใจคอนเซ็ปต์พื้นฐานต่างๆ แล้ว คุณสามารถลองเทรดแบบจำลอง (Paper Trading) ได้ที่ Binance Futures Testnet เพื่อเป็นการทดสอบระบบการเทรดของคุณก่อนที่จะนำเงินจริงๆ ไปเสี่ยง
ว่าแต่แพลตฟอร์มการเทรดออนไลน์ไหนที่เหมาะกับการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีแบบ Day Trading ที่สุด? เราไม่สามารถตัดสินใจแทนคุณได้ แต่ระบบนิเวศของ Binance มีบริการหลายร้อย Market Pair, Margin Trading, Quarterly และ Perpetual Futures, Leveraged Token, ข้อมูลตลาดแบบเรียลไทม์ และอื่นๆ อีกมากมาย เพียงไปที่ Binance เพื่อ Convert หรือแปลงสกุลเงิน Fiat ของคุณเป็นคริปโตเคอร์เรนซี แล้วเริ่มต้นเทรดได้เลย


ฉันควรเริ่ม Day Trading เพื่อเป็นรายได้หลักหรือไม่

Day Trading เป็นกลยุทธ์ที่สามารถทำกำไรได้มาก แต่มีข้อมูลบางอย่างที่คุณควรพิจารณาก่อนเริ่มเทรดด้วยกลยุทธ์นี้ Day Trading อาจก่อให้เกิดความเครียดสูงและต้องใช้ความใส่ใจมาก เนื่องจากต้องอาศัยการตัดสินใจและการดำเนินการที่รวดเร็ว นอกจากนี้ยังเป็นกลยุทธ์ที่ค่อนข้างเสี่ยง รวมทั้งต้องอาศัยความเข้าใจตลาดเป็นอย่างดีอีกด้วย และคุณยังต้องนั่งจ้องหน้าจอเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดเป็นระยะเวลานาน

คุณต้องถามตัวเองว่าสามารถรับภาระเหล่านี้พร้อมกับทำใจว่ามีโอกาสเสียเงินได้หรือไม่ และต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่า Day Trading นั้นเหมาะกับเป้าหมายการลงทุนและสไตล์คุณหรือไม่

หากคุณไม่แน่ใจว่า Day Trading เป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับคุณหรือไม่ ลองดูคู่มือกลยุทธ์การเทรดคริปโตเคอร์เรนซีสำหรับมือใหม่ของเรา ในบทความดังกล่าว เราได้อธิบายถึงกลยุทธ์ต่างๆ มากมายที่เหมาะสำหรับนักเทรดสไตล์ Active เช่น Swing Trading การทำความคุ้นเคยกับกลยุทธ์เหล่านี้จะช่วยให้คุณมีทางเลือกที่ดีขึ้นเมื่อพยายามค้นหาสไตล์การเทรดของตัวเอง


ข้อคิดส่งท้าย

Day Trading เป็นกลยุทธ์การเทรดที่ใช้กันทั่วไปในตลาดหลักทรัพย์และตลาดคริปโตเคอร์เรนซี โดยที่ Day Trader จะใช้กลยุทธ์การเทรดรายวันหรือ Intraday Trading เพื่อพยายามทำกำไรจากความผันผวนของตลาด และมักจะไม่อยู่ใน Position เกินกว่าหนึ่งวัน
Day Trader จะใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิค รูปแบบกราฟ และอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคเพื่อระบุ Trade Setup กลยุทธ์ Day Trading ที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ Scalping, Range Trading และ High-Frequency Trading
หากคุณยังต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Day Trading ลองไปที่ Ask Academy แพลตฟอร์ม Q&A ของชุมชนของเราพร้อมที่จะช่วยตอบคำถามของคุณเสมอ!