คู่มือเกี่ยวกับรูปแบบคลาสสิกของแผนภูมิสำหรับมือใหม่
หน้าหลักบทความ

คู่มือเกี่ยวกับรูปแบบคลาสสิกของแผนภูมิสำหรับมือใหม่

มือใหม่
1mo ago
6m

เนื้อหา


รูปแบบคลาสสิกของแผนภูมิมีอะไรบ้าง?

มีแนวทางการวิเคราะห์ตลาดการเงินหลายวิธีโดยใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิค นักเทรดบางคนจะใช้ตัวชี้วัดและออสซิลเลเตอร์ ขณะที่คนอื่นๆ จะอาศัยการวิเคราะห์บนพื้นฐานของราคาเท่านั้น

แผนภูมิแท่งเทียน แสดงภาพรวมของราคาในอดีตในช่วงระยะเวลาหนึ่งๆ ด้วยแนวคิดที่ว่าการศึกษาการขึ้นลงของราคาสินทรัพย์ในอดีตอาจทำให้เห็นรูปแบบที่เกิดขึ้น รูปแบบแท่งเทียนสามารถบอกข้อมูลที่เป็นประโยชน์ของสินทรัพย์ได้ และนักเทรดหลายคนก็พยายามใช้ประโยชน์จากจุดนี้ในตลาดหุ้น, Forex และคริปโทเคอร์เรนซี

ตัวอย่างบางส่วนของรูปแบบที่พบได้บ่อยมักจะเรียกรวมๆ กันว่ารูปแบบคลาสสิกของแผนภูมิ นี่คือรูปแบบส่วนหนึ่งที่รู้จักกันเป็นอย่างดี ซึ่งนักเทรดหลายคนเห็นว่าเป็นตัวชี้วัดการซื้อขายที่น่าเชื่อถือ แม้การซื้อขายและลงทุนจะเป็นการหาข้อได้เปรียบที่คนอื่นอาจมองข้าม แต่มันก็ยังเกี่ยวข้องกับจิตวิทยาฝูงชนด้วย เนื่องจากรูปแบบทางเทคนิคไม่ได้อยู่ในกรอบของหลักการทางวิทยาศาสตร์หรือกฎฟิสิกส์ใดๆ ประสิทธิภาพของมันจึงขึ้นกับจำนวนผู้มีส่วนร่วมในตลาดที่ให้ความสนใจ


ธง

ธงคือพื้นที่ Consolidation ที่ตรงข้ามกับทิศทางแนวโน้มระยะยาวและเกิดขึ้นหลังจากการเคลื่อนที่ของราคาอย่างรวดเร็ว รูปแบบจะดูเหมือนธงบนเสา โดยที่เสาจะแสดงถึงการเคลื่อนที่ของราคา และธงจะเป็นพื้นที่ Consolidation

ธงอาจใช้ระบุความต่อเนื่องของแนวโน้มได้ ปริมาณที่มาพร้อมรูปแบบยังมีความสำคัญอีกด้วย การเคลื่อนที่ของราคาแบบ Impulse ควรเกิดขึ้น ณ ปริมาณที่สูง ขณะที่ระยะ Consolidation ควรมีปริมาณตำ่กว่าและลดลง


ธง Bull

รูปแบบแผนภูมิธง Bull


ธง Bull เกิดขึ้นระหว่างตลาดขาขึ้น โดยเพิ่มขึ้นแบบชัน และมักจะตามมาด้วยการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง


ธง Bear

รูปแบบแผนภูมิธง Bear


ธง Bear เกิดขึ้นระหว่างตลาดขาลง โดยลดลงแบบชัน และมักจะตามมาด้วยการลดลงต่อเนื่อง


ธงสามเหลี่ยม

รูปแบบแผนภูมิธงสามเหลี่ยม


ธงสามเหลี่ยมถือเป็นรูปแบบที่แตกต่างของธงซึ่งมีพื้นที่ Consolidation บรรจบกับเส้นแนวโน้ม ทำให้ดูเหมือนรูปสามเหลี่ยม ธงสามเหลี่ยมมีโครงสร้างแบบเป็นกลาง การตีความขึ้นอยู่กับบริบทของรูปแบบ


สามเหลี่ยม

สามเหลี่ยมเป็นรูปแบบแผนภูมิที่มีลักษณะเด่นจากการบรรจบกันของช่วงราคาที่มักจะเป็นไปตามแนวโน้มอย่างต่อเนื่อง ตัวสามเหลี่ยมเองแสดงถึงจุดหยุดพักในแนวโน้มที่แสดงอยู่ แต่อาจชี้ถึงการกลับด้านหรือดำเนินต่อของแนวโน้มดังกล่าว


สามเหลี่ยม Ascending

รูปแบบแผนภูมิสามเหลี่ยม Ascending


สามเหลี่ยมที่เพิ่มขึ้นเกิดขึ้นเมื่อมีแนวต้านแบบแนวนอน และเส้นแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นซึ่งลากผ่านจุดสูงและต่ำต่างๆ โดยสรุปแล้ว แต่ละครั้งที่ราคาสะท้อนจากแนวต้านแนวนอน ผู้ซื้อเข้ามาในราคาที่สูงกว่า สร้างจุดต่ำที่สูงขึ้น เมื่อความตึงเครียดเพิ่มมากขึ้นในพื้นที่แนวต้าน หากราคาทะลุจุดดังกล่าว มักจะตามมาด้วยการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมปริมาณที่สูง ดังนั้น สามเหลี่ยม Ascending ถือเป็นรูปแบบขาขึ้น


สามเหลี่ยม Decending

รูปแบบแผนภูมิสามเหลี่ยม Descending


สามเหลี่ยม Descending เป็นรูปแบบตรงข้ามของสามเหลี่ยม Ascending เกิดขึ้นเมื่อมีพื้นที่แนวรับแบบแนวนอน และเส้นแนวโน้มที่ลดลง ซึ่งลากผ่านจุดสูงที่อยู่ต่ำกว่าต่างๆ ในลักษณะเดียวกันกับสามเหลี่ยม Ascending แต่ละครั้งที่ราคาสะท้อนจากแนวรับ ผู้ขายเข้ามาในราคาที่ต่ำกว่า สร้างจุดสูงที่ต่ำลง หากราคาทะลุแนวรับแนวนอน มักจะตามมาด้วยการลดลงอย่างรวดเร็วพร้อมปริมาณที่สูง ดังนั้นจึงถือเป็นรูปแบบขาลง 


สามเหลี่ยมสมมาตร

สามเหลี่ยมสมมาตร


สามเหลี่ยมสมมาตรวาดจากการลดลงของเส้นแนวโน้มด้านบน และการเพิ่มขึ้นของเส้นแนวโน้มด้านล่าง โดยทั้งคู่เกิดขึ้นด้วยความชันเท่าๆ กัน สามเหลี่ยมสมมาตรไม่ใช่ทั้งขาขึ้นและขาลง เพราะการตีความขึ้นกับบริบทเป็นอย่างมาก (เช่น แนวโน้มที่ซ่อนอยู่) ด้วยตัวของมันเองแล้ว สามเหลี่ยมสมมาตรถือว่าเป็นรูปแบบที่เป็นกลางและสื่อถึงเพียงช่วงเวลา Consolidation เท่านั้น


ลิ่ม (Wedge)

ลิ่มวาดโดยการบรรจบกันของเส้นแนวโน้ม ชี้ให้เห็นถึงการเคลื่อนตัวของราคาที่ Tighten ขึ้น ในกรณีนี้ เส้นแนวโน้มแสดงว่าจุดสูงและต่ำต่างๆ ไม่เพิ่มหรือลดในอัตราที่ต่างกัน

รูปแบบดังกล่าวอาจหมายถึงการตีกลับของแนวโน้มใกล้เข้ามาแล้ว เนื่องจากแนวโน้มที่ซ่อนอาจอ่อนแอลงเรื่อยๆ รูปแบบลิ่มอาจมาพร้อมกับการลดลงของปริมาณ และชี้ว่าแนวโน้มกำลังจะเสียโมเมนตัมได้


ลิ่มที่เพิ่มขึ้น

ลิ่มที่เพิ่มขึ้น


ลิ่มที่เพิ่มขึ้นเป็นรูปแบบที่กลับกับของขาลง แสดงว่าราคา Tighten ขึ้น และแนวโน้มขาขึ้นกำลังอ่อนแอลงเรื่อยๆ และอาจทุละเส้นแนวโน้มด้านล่างในที่สุด 


ลิ่มที่ลดลง

รูปแบบแผนภูมิลิ่มที่ลดลง


ลิ่มที่ลดลงเป็นรูปแบบที่กลับกันของขาขึ้น แสดงว่าความตึงเครียดกำลังก่อตัวขณะที่ราคาตกลง และเส้นแนวโน้ม Tighten ขึ้น ลิ่มที่ลดลงมักนำไปสู่การ Breakout ไปยังด้านบนและการเคลื่อนไหวแบบ Impulse




ต้องการเริ่มต้นซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีใช่ไหม? ซื้อ Bitcoin บน Binance!




Double Top และ Double Bottom

Double Top และ Double Bottom เป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นเมื่อตลาดเคลื่อนที่ในรูปแบบ “M” หรือ “W” เป็นข้อสังเกตว่ารูปแบบเหล่านี้อาจเป็นจริงแม้ว่าจุดราคาไม่ตรงกันพอดี แต่มีค่าใกล้กันเท่านั้น

โดยปกติแล้ว จุดสูงและต่ำสองจุดควรมาพร้อมปริมาณที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับรูปแบบที่เหลือ


Double Top

รูปแบบแผนภูมิ Double Top


Double Top เป็นรูปแบบที่กลับกันของขาลงซึ่งราคาแตะจุดที่สูงสองครั้ง และไม่สามารถทะลุสูงขึ้นได้ในครั้งที่สอง ในขณะเดียวกัน แรงดึงกลับระหว่างจุดสูงทั้งสองจุดควรมีค่าปานกลาง รูปแบบนี้ยืนยันได้เมื่อราคาทะลุผ่านจุดต่ำของแรงดึงกลับระหว่างจุดสูงทั้งสองจุด


Double Bottom

รูปแบบแผนภูมิ Double Bottom


Double Bottom เป็นรูปแบบที่กลับกันของขาขึ้นซึ่งราคาลงมายังจุดที่ต่ำสองครั้ง และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในที่สุด คล้ายกันกับ Double Top กาะสะท้อนระหว่างสองจุดต่ำควรมีค่าปานกลาง รูปแบบนี้ยืนยันได้เมื่อราคาแตะจุดสูงที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับจุดสะท้อนบนระหว่างสุดต่ำสองจุด


Head and Shoulders

รูปแบบแผนภูมิ Head and Shoulders


Heah and Shoulders เป็นรูปแบบขาลงกลับด้านที่มีเส้นพื้นฐาน (เส้นคอ) และสามยอด สองยอดที่อยู่ด้านข้างควรอยู่ในระดับราคาเท่าๆ กัน ขณะที่ยอดตรงกลางควรสูงกว่าอีกสองจุด รูปแบบนี้ยืนยันเมื่อราคาทะลุแนวรับเส้นคอ


Inverse Head and Shoulders

รูปแบบแผนภูมิ Inverse Head and Shoulders


รูปแบบนี้ตรงข้ามกับ Head and Shoulders ตามชื่อ ดังนั้นจึงแสดงถึงการกลับด้านของขาขึ้น Inverse Head and Shoulders เกิดเมื่อราคาตกลงมายังจุดต่ำที่ต่ำลงในแนวโน้มขาลง จากนั้นสะท้อนและไปยังแนวรับที่ประมาณระดับเดียวกันกับจุดต่ำจุดแรก รูปแบบนี้ยืนยันเมื่อราคาทะลุแนวต้านเส้นคอและเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง


ข้อคิดปิดท้าย

รูปแบบคลาสสิกของแผนภูมิถือเป็นรูปแบบ TA ที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใช้โดยแยกต่างหาก เช่นเดียวกับวิธีการวิเคราะห์ตลาดอื่นๆ สิ่งที่อาจได้ผลในสภาวะตลาดแบบหนึ่ง อาจใช้ไม่ได้กับอีกสภาวะตลาด ดังนั้น แนวปฏิบัติที่ดีควรประกอบไปด้วยการมองหาข้อมูลเพื่อยืนยัน พร้อมกับใช้การบริหารจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม

หากคุณต้องการอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปแบบของแผนภูมิแท่งเทียน โปรดดูที่ 12 รูปแบบแท่งเทียนยอดนิยมที่ใช้ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค